
โคราชจ่อประกาศภัยแล้ง6อำเภอ
โคราชเตรียมประกาศภัยแล้ง 6 อำเภอนาข้าวเสียหายแล้วกว่า 2 แสนไร่ ชลประทานเล็งหยุดปล่อยน้ำกักเก็บไว้ใช้แล้งปีหน้า
โคราชเตรียมประกาศภัยแล้ง 6 อำเภอนาข้าวเสียหายแล้วกว่า 2 แสนไร่ ชลประทานเล็งหยุดปล่อยน้ำกักเก็บไว้ใช้แล้งปีหน้า
ที่จังหวัดนครราชสีมา หลังอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบกับการขึ้นทำฝนเทียมของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่งผลให้เกิดฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่องและเริ่มที่จะเพิ่มปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่อ.สีคิ้ว ได้บ้างแล้วเนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเริ่มที่จะสมดุลกับปริมาณน้ำที่ทางอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้ส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคในแต่ละวัน
สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา พบว่าเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2555 มีปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอยู่ที่ 4.8 ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำตะคองกว่า 1,100,000 ลบ.ม. ในขณะที่การส่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรอยู่ที่ 1 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองเพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสน ลบ.ม. ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกใน 2 เดือนที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลดระดับลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองอยู่ที่ 84.440 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 26.85 ของความจุ โดยทางหม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีและเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปอีกประมาณ 4 - 5 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่การเกษตรท้ายอ่างเก็บน้ำต่างๆเริ่มที่จะชุ่มชื้นและมีปริมาณน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ทำการเกษตรอย่างเพียงพอภายใน 1 - 2 สัปดาห์นี้ และหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ก็จะสั่งการให้ยุติการส่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับลุ่มน้ำลำตะคองและลุ่มน้ำต่างๆทันที เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีน้ำอย่างพอเพียงในช่วงฤดูแล้งของปีหน้า
อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนานกว่าทุกๆปีในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอหนองบุญมากเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากแหล่งน้ำในพื้นที่แห้งขอดจนไม่สามารถนำมาใช้ในการเกษตรได้ โดยล่าสุดจากการลงพื้นที่สำรวจของสำนักงานเกษตรอำเภอหนองบุญมาก พบมีพื้นที่นาข้าวนอกเขตชลประทานยืนต้นตายได้รับความเสียหายประมาณ 20,000 ไร่ ครอบคลุม 114 หมู่บ้านในพื้นที่ 9 ตำบล ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอหนองบุญมาก ได้ส่งสรุปรายงานความเสียหายไปยังทางจังหวัดเพื่อเตรียมประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้จากรายงานของทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา ล่าสุดมี 6 อำเภอได้ส่งรายงานพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายเพื่อเตรียมที่จะประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วรวมกว่า 2 แสนไร่ ครอบคลุม 268 หมู่บ้านในพื้นที่ 25 ตำบล มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 13,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีกกว่า 1 ล้านไร่ในเกือบทุกอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ที่ยังมีภาวะเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและสำรวจความเสียหาย ซึ่งคาดการณ์ว่าทางจังหวัดจะมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ( ภัยแล้ง) ชุดแรกอย่างเป็นทางการณ์ภายในสัปดาห์หน้า







