posttoday
ยกพลบุกตลาดหุ้นข้องใจเขียวยกแผง

ยกพลบุกตลาดหุ้นข้องใจเขียวยกแผง

19 มีนาคม 2553

กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงในนามพลังไทย 51 ย่านยานนาวาสาทร ประมาณ 50 คน เดินทางมาแจกใบปลิวและยื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอคำชี้แจงเหตุใดดัชนีหุ้นขึ้นช่วง 2 วันที่ผ่านมา

โดย นายอุทัย นิเทศธัญกิจ ซึ่งเป็นแกนนำ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นพุ่งขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจจริง เพราะยังมีประชาชนที่มีรายได้น้อยอีกมาก อีกทั้งการเมืองร้อนแรงเช่นนี้ ถามว่าหุ้นขึ้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ผิดสังเกตมาก โดยสงสัยว่ารัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนมาช้อนซื้อหุ้น

หากวันที่ 19 มี.ค. เวลา 09.00 น. ยังไม่ได้คำชี้แจงจากตลาดหลักทรัพย์ ทางกลุ่มจะระดมคนมาร่วมชุมนุมเพิ่มที่นี่ พร้อมขอมติจากแกนนำที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเพื่อมาชุมนุมใหญ่ที่ตลาดหลักทรัพย์ด้วย เบื้องต้นวันที่ 19 มี.ค. จะมีกลุ่มพลังไทย 51 และกลุ่มเสื้อแดง 111ภูเก็ต เดินทางมาร่วมชุมนุมแน่นอน

ขณะที่ผู้ชุมเสื้อแดงอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าหุ้นขึ้น เพราะต่างชาติไม่น่ากล้าเข้ามาซื้อ เนื่องจากมีการชุมนุมทางการเมือง และไม่เชื่อว่าเงินที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นจะเป็นเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะโดนยึดทรัพย์สินไปหมดแล้ว จึงอยากให้มีการไปขอมติจากแกนนำใหญ่มาชุมนุมที่นี้โดยเร็ว เพราะตลาดหลักทรัพย์เป็นจุดหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศ

ด้านกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เสริมกำลังตำรวจอีก 50 คน จากเดิมที่มี 20 คน พร้อมจัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี ทางผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ลงมารับหนังสือแต่อย่างใด เพียงส่งเจ้าหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ลงมารับใบปลิวที่ผู้ชุมนุมนำมาแจก ไปให้ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์รับทราบ

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้เงินภาษีของประชาชนเข้าไปซื้อหุ้น เพื่อดันดัชนีให้สูงขึ้นแม้แต่สตางค์แดงเดียว แต่การขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์มีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนการชุมนุมแล้ว เพราะผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนดีขึ้นและเศรษฐกิจโดยรวมที่มีการฟื้นตัว

รวมถึงเศรษฐกิจต่างประเทศของประเทศคู่ค้า ก็มีการขยายตัวที่ดี รวมถึงนักลงทุนมั่นใจว่าการชุมนุมประท้วงทางการเมือง มีวินัยและใช้วิธีสันติไม่ได้เกิดความรุนแรง อย่างที่หลายฝ่ายวิตก”นายกรณ์ระบุ

นอกจากนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลก็มีมาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มรายได้ของประชาชนในโครงการประกันรายได้เกษตรกร ทำให้รายได้ของประชาชนที่ผ่านมาขยายตัวดีขึ้นถึง 30%

“การที่ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุมนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยกำลังภายในโดยใครทั้งสิ้น และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้เพื่อพยุงดัชนีหุ้น เพราะการใช้เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ต้องเป็นไปตามกฎหมายงบประมาณ และไม่ได้จัดสรรไว้ซื้อหุ้น” นายกรณ์ กล่าว

ด้านนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศในเอเชีย ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชียรวมทั้งตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนต่างประเทศค่อนข้างมาก

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปที่ยังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เปราะบางและปัญหาการชำระหนี้สาธารณะของภาครัฐ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของตลาดหุ้นในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ในด้านปัจจัยภายในที่เป็นปัจจัยบวก คือปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยและของตลาดหุ้นไทยที่ยังคงมีความแข็งแรง สะท้อนจากเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจทั้งในระดับภาพรวมและระดับภาคธุรกิจที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยไตรมาส 4 ปี 2552 จีดีพีขยายตัวถึง 5.8%เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2551 ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2552 ปรับสูงขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับปี 2551

นอกจากนี้ อัตราเงินปันผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน ณ วันที่ 16 มี.ค. 2553 อยู่ที่ 3.51% ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาค

นอกจากนี้ หุ้นไทยยังได้รับปัจจัยบวกจากมุมมองที่ดีขึ้นของนักวิเคราะห์การลงทุน เช่น ฝ่ายวิจัยของมอร์แกน สแตนเลย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของโลก ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย (จาก equalweight มาเป็น overweight) โดยให้เหตุผลสำคัญ 2 ข้อ ได้แก่ (1) ราคาหุ้นไทยยังถูก โดยดูจาก Forward P/E (อัตราส่วนระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันต่อกำไรคาดการณ์ต่อหุ้น) ที่ระดับ 11.4 เท่า (ณ วันที่ 16 มีนาคม 2553) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค และ (2) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเหตุการณ์ชุมนุม โดยนับจนถึงวันที่ 17 มี.ค. 2553 มีมูลค่าซื้อสุทธิรวม 32,006 ล้านบาทและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว

ถึงแม้เศรษฐกิจไทย ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านสถานการณ์ทางการเมือง แต่นักลงทุนต่างชาติได้รับทราบสถานการณ์การเมืองของไทยมาโดยตลอด และอาจมีการประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จึงยังคงมีความมั่นใจในการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ มีการปรับตัวตามปัจจัยต่าง ๆ ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ลงทุนควรต้องมีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ สำหรับการตัดสินใจลงทุน

สำหรับมาตรการเพิ่มการดูแลความปลอดภัยของอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประสานงานกับสถานีตำรวจลุมพินี ที่พร้อมจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของอาคาร และพร้อมจะปฏิบัติงานได้ทันที โดยมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน และระบบงานสำคัญ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม