
ปูยันใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่า
นายกรัฐมนตรี มอบรางวัล รัษฎากรพิพัฒน์ ยืนยันรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายในการจัดเก็บภาษี ใช้เงินประชาชนอย่างคุ้มค่าโปร่งใส
นายกรัฐมนตรี มอบรางวัล รัษฎากรพิพัฒน์ ยืนยันรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายในการจัดเก็บภาษี ใช้เงินประชาชนอย่างคุ้มค่าโปร่งใส
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการมอบรางวัล "รัษฎากรพิพัฒน์" ณ ห้องพระอุเทน 1 กรมสรรพากร โดยมีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร และผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากร เข้าร่วมในพิธี โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้แก่ผู้เสียภาษีคุณภาพ ที่มีความรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่เสียภาษีให้แก่ประเทศ และส่งเสริมให้ผู้เสียภาษีเกิดความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ พร้อมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของการทำความดี และความรับผิดชอบ ต่อสังคม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดี ในการปฏิบัติการเสียภาษีตามหลักบรรษัทภิบาล ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดเก็บภาษีในภาพรวม
ปีนี้มีผู้ได้รัการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ว่าเป็นผู้ที่ได้ภาษีในระดับที่ดี และมีคุณภาพ จากทั่วประเทศในปี 2554 รวม 120 ราย เป็นผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา 11 ราย อาทิ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นายชวลิต เศรษฐเมธีกุล ผู้เสียภาษีนิติบุคคล 109 ราย อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไร่ส้ม จำกัด
นายกฯกล่าวว่า ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการเสียภาษี ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และสนับสนุนผู้เสียภาษีถูกต้อง ทั้งนี้เงินภาษีอากรเป็นส่วนช่วยพัฒนาประเทศให้มีความเจริิญก้าวหน้า ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน
ดังนั้นการจ่ายภาษีที่มากขึ้นก็หมายถึงเศรษฐกิจดีขึ้น มีการจ้างงานมากขึ้น เป็นการส่งเสริมการเติบโตในประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งทางภาครัฐจะนำเงินภาษีอากร มาใช้ในการลงทุนพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อทำให้ประเทศมีศักยภาพในการรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และที่สำคัญจะนำเม็ดเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างคุ้มค่าโปร่งใส และเป็นธรรม รัฐบาลจะนำงบประมาณไปฟื้นฟูสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และเพิ่มขึดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีความแข็งแรง
"ในปีนี้การใช้จ่ายงบประมาณมีจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลได้นำไปพัฒนาในหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ลืมที่จะมีนโยบายให้ภาคเอกชน สามารถเพิ่มขีดการแข่งขัน โดยมีการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จากเดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 และจะให้เหลือร้อยละ 20 ในปีหน้า เพื่อทำให้ภาคเอกชนสามารถลดค่าใช้จ่าย เพื่อนำเงินไปพัฒนาองค์กรและเสริมสร้างการลงทุน ซึ่งเมื่อกิจการมั่นคงก็ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในการดำเนินกิจการต่อไป"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว







