
โพลอย่าเอียง
ความแตกแยกในสังคมไทยซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของความขัดแย้งอย่างรุนแรงของสังคมไทยก็จะพบว่า
ความแตกแยกในสังคมไทยซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หากย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของความขัดแย้งอย่างรุนแรงของสังคมไทยก็จะพบว่า
สาเหตุสำคัญที่สร้างความแตกแยกมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ การใช้สื่อที่มีอยู่ในมือของแต่ละฝ่ายโหมกระพือข่าวเพื่อสร้างความเกลียดชังให้กับฝ่ายตรงข้าม พร้อมๆ กับการสร้างมวลชนของฝ่ายตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะพัฒนารูปแบบการเป็นเครือข่าย โดยมีกลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์เข้ามาผสมโรงด้วย
การกระทำดังกล่าวได้มีการพัฒนาความขัดแย้งเรื่อยมา ด้วยการใช้สื่อทุกรูปแบบเป็นเครื่องมือในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามจนทำให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง จากปัญหาระหว่างตัวบุคคล กลายมาเป็นปัญหาระหว่างกลุ่มบุคคล จากนั้นก็พัฒนาเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง และสุดท้ายก็กลายเป็นความแตกแยกในสังคมไทย ซึ่งในยุคเริ่มต้นยังจำกัดอยู่แค่สื่อบางสำนักเท่านั้น
สิ่งที่น่าห่วงไปกว่านั้นก็คือ ฝ่ายคู่กรณีแทนที่จะใช้สื่อสารมวลชนอย่างสร้างสรรค์เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน แต่กลับเลือกที่จะไปสร้างสื่อของตัวเองขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม จากนั้นก็สร้างมวลชนของตัวเองขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง
แต่ที่แย่ที่สุดก็คือ สื่อบางสำนักที่เคยได้รับการยอมรับและมีความเชื่อถือในสังคมมาอย่างยาวนาน กลับตัดสินใจเลือกข้างด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ไม่เป็นกลางอย่างไม่มีจรรยาบรรณ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นในสังคม โดยไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้ในปัจจุบันประชาชนมีที่พึ่งในสังคมลดลง เพราะนอกจากจะไม่สามารถหวังพึ่งสื่อบางสำนักได้แล้ว สำนักโพลต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยหลายสำนักก็ทำหน้าที่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อย่างตรงไปตรงมา ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก
แต่ขณะเดียวกัน สำนักโพลบางแห่งก็เริ่มปรากฏเค้าลางว่าผลการสำรวจความคิดเห็นที่นำเสนอออกมานั้น ไม่มีความเป็นกลาง แต่กลับเอนเอียงไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างไปจากสื่อสารมวลชนบางสำนักที่ไม่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก พราะการทำโพลหรือการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนตามหลักวิชาการ เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของประชาชน
ดังนั้น สำนักโพลต่างๆ ซึ่งล้วนแต่อุดมไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงกว่าบุคคลทั่วไป ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นครูบาอาจารย์ มีหน้าที่อบรมสั่งสอนให้กับนิสิตนักศึกษาออกมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคม จึงควรยึดมั่นในหลักวิชาการ นำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นด้วยความเป็นกลาง ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและส่งเสริมความเข้าใจอันดีในสังคม







