
ยิงถล่มซ้ำหัวคแนนสส.ขอนแก่น
คนร้ายยิงถล่มซ้ำศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยหลังภรรยาและน้องชาย ส.ส.นวัชชนะเลือกตั้งส.อบจ.ขอนแก่น
คนร้ายยิงถล่มซ้ำศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยหลังภรรยาและน้องชาย ส.ส.นวัชชนะเลือกตั้งส.อบจ.ขอนแก่น
พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกองวิทยาการตำรวจเข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในอาคารสำนักงานศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต 7 ขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 59/5 ถ.มะลิวัลย์ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น และยังคงเป็นบ้านพักของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย เพื่อเก็บรวมรวมพยานหลักฐานและหาวิถีกระสุนปืนหลังถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงอาคารสำนักงานรวม 5 นัดกระสุนถูกบริเวณริมรั้ว 2 นัด ขณะที่ตัวอาคารซึ่งตั้งอยู่ด้านในและเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหากระสุนพลาดเป้า พร้อมนำภาพผู้ต้องสงสัยซึ่งชุดสืบสวน สภ.หนองเรือได้ทำการสอบปากคำจนนำมาสู่การสเก๊ตภาพคนร้ายและรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุมาให้ สส.นวัธ ดูโดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที โดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนเข้าไปรับฟังแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า เป็นปมขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นชัดเจน ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่ลงมือก่อเหตุ ขณะที่เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.อบจ.เสร็จสิ้น ซึ่งนางสรพิกา เตาะเจริญสุข และนายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข ภรรยาและน้องชายของนายนวัธ ได้รับชัยชนะเลือกตั้ง ได้มีคนร้ายขับรถมาจอดที่อาคารสำนักงานอีกครั้งแต่ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานและตำรวจได้ออกไปตรวจสอบรถคันดังกล่าวจึงขับหลบหนีไปก่อนที่จะมีโทรศัพท์แจ้งมาว่ามีการยิงข่มขู่หัวคะแนนอีกในพื้นที่ ต.หนองเรือ ซึ่งจะมีการสืบสวนว่าเชื่อมโยงกับการยิงถล่มบ้าน ส.ส.และบ้านของประธานกลุ่มสตรี อ.หนองเรือหรือไม่
นายนวัธ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยชาวบ้านและผู้ที่ให้การเคารพนับถือก็บอกว่าให้ครอบครัวย้ายไปพักในตัวเมืองขอนแก่นเพื่อหลบหนีไปจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี แต่ยืนยันว่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่ต่อไปเนื่องจาก อ.หนองเรือ ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบและสะดวกที่ชาวบ้านจะมาติดต่อประสานงานหรือร้องเรียนในปมปัญหาต่างๆ ซึ่งโดยส่วนตัวก็ยอมรับว่ากลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะช่วงหลังจากการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.อบจ.เสร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ส.ค.) ก็มีรถต้องสงสัยขับมาจอดหน้าสำนักงานอีกแต่เจ้าหน้าที่และตำรวจได้ออกไปตรวจสอบรถคันดังกล่าวก็ขับหลบหนีไป ทั้งนี้ยังคงมั่นใจว่าตำรวจจะแสดงฝีมือในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้มาได้







