posttoday

เชือด'เจ๋ง'นปช.จ๋อย

23 สิงหาคม 2555

ในที่สุดศาลอาญาก็ได้มีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ โดยหวยออกที่ “ยศวริศ ชูกล่อม” หรือ เจ๋ง ดอกจิก เลขานุการ รมช.มหาดไทย

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ในที่สุดศาลอาญาก็ได้มีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ โดยหวยออกที่ “ยศวริศ ชูกล่อม” หรือ เจ๋ง ดอกจิก เลขานุการ รมช.มหาดไทย จำเลยคดีก่อการร้าย ต้องกลับไปนอนเรือนจำตามเดิม หลังจากปราศรัยยั่วยุ ข่มขู่ ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลอาญาให้เหตุผลเพิกถอนการประกันเจ๋งไว้อย่างสนใจว่า “จำเลยยอมรับว่ามีการนำเบอร์โทรศัพท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปเปิดเผยบนเวทีปราศรัยจริง แต่เป็นการพูดให้การปราศรัยสนุกสนานและขบขัน แต่เมื่อศาลได้พิจารณาประกอบท่าทางการพูดของจำเลยแล้ว เห็นว่าเป็นการทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะคำพูดของจำเลยทำให้เข้าใจว่าจำเลยต้องการให้มีการกระทำที่คุกคามและกดดันการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้

ศาลเห็นว่าการนำข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาเปิดเผยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น และเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงเจตนาร้ายที่ไม่ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง แม้ต่อมาจำเลยจะได้มีการกล่าวขอโทษ แต่ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมถึงแม้จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆ เกิดขึ้น และไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรณีดังกล่าวก็ตาม

การที่จำเลยมีพฤติการณ์เช่นนั้น ศาลเห็นว่าไม่มีความยับยั้งชั่งใจว่าเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาเปิดเผยอาจจะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมือง อีกทั้งยังเป็นการกระทบต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และยั่วยุปลุกปั่นให้ประชาชนทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว และหากปล่อยตัวออกไปอาจมีความผิดพลาดหรือความรุนแรงเกิดขึ้นได้ ศาลจึงให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว”

การกลับเข้าเรือนจำของแกนนำ นปช.รายนี้นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากก่อนหน้านี้ต้องหันหน้าเข้าห้องขังพร้อมกับแกนนำคนอื่นๆ เมื่อกลางปี 2553 ทันทีที่ยุติการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ในข้อหาก่อการร้ายก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในเดือน ก.พ. 2554 รวมเวลาการใช้ชีวิตในห้องขังนานกว่า 9 เดือน

กรณีที่เกิดขึ้นกับ “เจ๋ง ดอกจิก” นั้น ว่าไปแล้วไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของทีมทนายความ นปช. เพราะต่างมีการประเมินแล้วว่า หากจะมีแกนนำคนไหนน่าจะเป็นคนนี้ ด้วยเหตุที่มีพฤติการณ์ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อันถือเป็นประเด็นอ่อนไหวและง่ายต่อการให้ศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันตัว

เชือด'เจ๋ง'นปช.จ๋อย

 

ผิดกับแกนนำรายอื่นๆ ที่แม้จะปราศรัยด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่ไม่ได้มีลักษณะละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยอาศัยความเป็นเหตุเป็นผลเท่านั้น

จากบรรทัดฐานนี้ได้ก่อให้เกิดความหนาวๆ ร้อนๆ ไปยัง สส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำ นปช.อีก 5 คน ที่รอลุ้นฟังคำสั่งศาลอาญาในวันที่ 29 พ.ย.เช่นกัน ได้แก่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เหวง โตจิราการ ก่อแก้ว พิกุลทอง วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ การุณ โหสกุล เนื่องจากทั้งหมดเป็น สส. ศาลจึงรอให้ปิดสมัยประชุมสภาก่อน

ในรายก่อแก้วนับว่าน่าหนักใจไม่แพ้กัน หลังจากแสดงความคิดเห็นในทำนองเชิญชวนให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญ จึงน่าติดตามว่า ถ้าเกิดศาลใช้บรรทัดฐานเดียวกับอดีตเลขานุการ มท.3 ย่อมส่งผลให้ต้องเข้าไปอยู่เป็นเพื่อน เจ๋ง ดอกจิก ไปโดยปริยายแบบปราศจากเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง เพราะพ้นสมัยประชุมสามัญทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ การเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช.นอกคุก จะกำหนดทิศทางของตัวเองอย่างไรนับจากนี้

พลิกดูเงื่อนไขการให้คงสถานภาพ “คนนอกคุก” ต่อไป พบว่ามีผลต่อ นปช.ในการแสดงท่าทีทางการเมืองเกี่ยวกับศาลยุติธรรม หรือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มากก็น้อย เพราะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมมากขึ้นจากกติกาปล่อยตัวครั้งแรก

เงื่อนไขของศาลอาญาที่ยังไม่เพิกถอนประกันแกนนำ นปช. 17 คน เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ระบุว่า “ห้ามกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล”

ขณะที่เงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งแรกวันที่ 22 ก.พ. 2554 กำหนดว่า “ห้ามมิให้จำเลยกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล”

โดยแกนนำ นปช. 17 คน ที่ไม่ถูกเพิกถอนประกันครั้งนี้ ประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ขวัญชัย ไพรพนา นิสิต สินธุไพร ภูมิกิติ สุขจินดาทอง สุขเสก พลตื้อ จรัญ ลอยพูล อำนาจ อินทโชติ ชยุต ใหลเจริญ สมบัติ มากทอง สุรชัย เทวรัตน์ รชต วงค์ยอด ยงยุทธ ท้วมมี อร่าม แสงอรุณ เจ็มส์ สิงห์สิทธิ์ ป้อม บางชม และอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

ทั้งนี้ การกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวล่าสุดอันครอบคลุมไปถึง “เกียรติยศ-ชื่อเสียง-ความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น” ต่างจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2554 ซึ่งกำหนดห้ามเฉพาะไม่ให้มีพฤติกรรม “ยั่วยุ-ปลุกปั่น-ปลุกระดม” ท่านั้น จึงทำให้กรอบการเดินของ นปช.ลำบากขึ้น

ก่อนหน้านี้ทีมทนายความตีความเงื่อนไขการประกันตัวครั้งแรกว่า ครอบคลุมเฉพาะไม่ให้พูดหรือแสดงความคิดเห็นในคดีก่อการร้ายเท่านั้น ไม่รวมถึงการปราศรัยภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ

ทว่า เมื่อศาลมีเงื่อนไขประกันตัวครอบคลุมเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่า ศาลได้ใช้กรณี เจ๋ง ดอกจิก ปราศรัยละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นบรรทัดฐานป้องกันไม่ให้แกนนำ นปช.วิจารณ์ศาลได้ ในฐานะเป็นองค์กรอำนวยความยุติธรรมที่สมควรได้รับการคุ้มครอง และห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการละเมิดศักดิ์ศรีของสถาบันตุลาการ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับพิจารณาอรรถคดี

ที่สำคัญทิศทางศาลเวลานี้ได้ประกาศแล้วว่า “เอาจริง” ไม่ปล่อยให้แกนนำ นปช.แสดงความย่ามใจวิพากษ์วิจารณ์ศาลแบบขาดหลักวิชาการมารองรับอีกแล้ว เป็นไปได้ยากที่จะมีแกนนำคนไหนออกอาการดูหมิ่นศาลอีก เพราะไม่อยากเข้าไปนอนในเรือนจำ

เมื่อไม่สามารถวิจารณ์ศาลได้ ไม่ว่าจะเป็น ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ศาลปกครอง แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยย่อมเสียเครื่องมือสร้างความชอบธรรมผ่านวาทกรรมสองมาตรฐานให้กับตัวเองไปโดยปริยาย หากในอนาคตรัฐบาลจำเป็นต้องต่อสู้คดีในชั้นศาลทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง

นับจากนี้ไปดีกรีของคนเสื้อแดงต่อการรบกับกระบวนการยุติธรรมคงจะเบาบางลงภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่าจะตัดสินใจลองของอีกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ