
ผลกระทบจากนโยบาย การอุดหนุนราคาพลังงาน
ช่วงสองสามสัปดาห์นี้ผมเดินสายออกต่างจังหวัดบ่อยครับ ไปบรรยายและไปร่วมเสวนาเรื่องนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงานกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
โดย...มนูญ ศิริวรรณ
ช่วงสองสามสัปดาห์นี้ผมเดินสายออกต่างจังหวัดบ่อยครับ ไปบรรยายและไปร่วมเสวนาเรื่องนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงานกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
จากการเดินสายดังกล่าว ทำให้ทราบว่านอกจากคนไทยจะขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางด้านพลังงานแล้ว ยังถูกบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานนำเอาข้อมูลเพียงด้านเดียวมานำเสนอให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่าประเทศไทยมีแหล่งพลังงานมากมายและเป็นผู้ส่งออกพลังงานไปยังตลาดโลกได้อีกด้วย โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลหรือที่มาที่ไปของตัวเลขดังกล่าวอย่างโปร่งใส เพราะมีเจตนาที่จะสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน เพื่อสนองตอบต่อวัตถุประสงค์แฝง (Hidden Agenda) ของตัวเองเท่านั้น ซึ่งผมได้กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ในบทความของผมก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว และจะได้นำมาพูดถึงในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป
กลับมาที่นโยบายการอุดหนุนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นนโยบายยอดนิยมของรัฐบาลทุกคณะ โดยเฉพาะชุดที่มาจากการเลือกตั้ง เราคงต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ถูกใจประชาชนและสร้างความนิยมให้กับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี จึงได้รับการสานต่อจากรัฐบาลทุกยุทุกสมัยและไม่ค่อยมีใครกล้ายกเลิก เพราะกลัวว่าจะเสียคะแนนเสียง จึงเป็นปัญหาที่ค้างเติ่งมานานหลายสิบปี อย่างเช่น การอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซ LPG เป็นต้น
เมื่อพูดถึงผลกระทบของนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงาน เราต้องยอมรับว่าระยะสั้นการอุดหนุนราคาพลังงานอาจเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน เพราะ
ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
ชะลออัตราเงินเฟ้อ/ค่าครองชีพ/ต้นทุนสินค้าของผู้ประกอบการไม่ให้เพิ่มขึ้นรวดเร็วจนเกินไป
ประชาชนผู้บริโภคและผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว
แต่ในระยะยาว นโยบายนี้เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาล ซึ่งงบประมาณนี้ควรนำไปใช้ในโครงการอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า เช่น นำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ หรือนำไปใช้ในโครงการสวัสดิการสังคมต่างๆ ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศในด้านอื่นๆ เป็นต้น
นอกจากนั้น การอุดหนุนราคาพลังงานอย่างยาวนานยังทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการไม่มีการปรับตัว โดยเฉพาะในเรื่องของการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น การตรึงราคา LPG และน้ำมันดีเซล ทำให้มีการใช้อย่างสิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ยอดการใช้พลังงานสองประเภทนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเราต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
การอุดหนุนราคาพลังงานอย่างยาวนานยังสร้างความเคยชินให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เมื่อรัฐบาลจำเป็นต้องขึ้นราคาพลังงานเพราะไม่สามารถหาเงินมาอุดหนุนได้ตลอดไป ก็จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคและผู้ประกอบการภาคเอกชนอย่างรุนแรง
การอุดหนุนราคาพลังงานยังไม่ได้เป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนและไม่ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ เพราะทำให้เราไม่พัฒนาเครื่องจักร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิต และประหยัดพลังงาน และทำให้เรายังคงพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี และต้องพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านพลังงาน
จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการอุดหนุนราคาพลังงานนั้นมีไม่มากนัก และเป็นผลประโยชน์ในระยะสั้นเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ผลเสียในระยะยาวมีมากกว่า ยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ (นำเข้ามากกว่าส่งออก) แล้ว เรายิ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะไปอุดหนุนราคาพลังงานเหมือนประเทศที่เขาส่งออกพลังงานและมีรายได้มหาศาลจากการขายพลังงาน แล้วนำรายได้นั้นมาอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศให้ถูกกว่าราคาในตลาดโลกได้
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ขณะนี้ทุกประเทศที่มีนโยบายอุดหนุนราคาพลังงาน ก็กำลังดำเนินนโยบายลดการอุดหนุนลงเกือบทุกประเทศ ทั้งนี้เพราะนโยบายดังกล่าวสิ้นเปลืองงบประมาณมากมายมหาศาล มีแต่จะใช้งบประมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเมื่อพลังงานมีราคาถูก ประชาชนก็ไม่ประหยัด รวมทั้งการใช้พลังงานมากๆ ยังก่อให้เกิดมลภาวะ โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
ผมจึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องเข้าใจถึงผลกระทบที่แท้จริง ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวจากนโยบายตรึงราคาหรืออุดหนุนราคาพลังงานอย่างยาวนานของรัฐบาล ที่ทำติดต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย และอย่าปล่อยให้รัฐบาลใช้ประชาชนเป็นข้ออ้างในการดำเนินนโยบายประชานิยมที่มีผลเสียในระยะยาวอีกต่อไป
เพราะในโลกนี้ไม่มีของฟรีหรอกครับ ถ้าคุณไม่ต้องจ่ายหรือจ่ายถูกลง ก็ต้องมีคนอื่นมาจ่ายแทนคุณอยู่ดี
ไม่เชื่อลองถามคนที่เขาเติมน้ำมันเบนซินแล้วถูกรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลิตรละ 7.10 บาท ดูซิครับ!!!







