
แวดวงสงฆ์
ใครเห็นการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยประจำประเทศอินเดียเนปาล แล้วต้องทึ่ง เพราะท่านเป็นพระอัศจรรย์ (หรือมนุษย์อัศจรรย์) เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง อดทน หัวใจแกร่ง สมองสั่งงานต่างๆ เหมือนมีลิ้นชัก จะเห็นว่าในช่วงเวลา 34 วัน ท่านสามารถเป็นประธานในงานต่างๆ ทั้งในประเทศอินเดีย และประเทศไทย ได้ถึง 34 งาน แต่ละงานล้วนแต่งานใหญ่ๆ และอยู่ห่างไกล แต่ก็สามารถเดินทางไปเป็นประธานโดยไม่เสียงาน
ใครเห็นการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยประจำประเทศอินเดียเนปาล แล้วต้องทึ่ง เพราะท่านเป็นพระอัศจรรย์ (หรือมนุษย์อัศจรรย์) เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง อดทน หัวใจแกร่ง สมองสั่งงานต่างๆ เหมือนมีลิ้นชัก จะเห็นว่าในช่วงเวลา 34 วัน ท่านสามารถเป็นประธานในงานต่างๆ ทั้งในประเทศอินเดีย และประเทศไทย ได้ถึง 34 งาน แต่ละงานล้วนแต่งานใหญ่ๆ และอยู่ห่างไกล แต่ก็สามารถเดินทางไปเป็นประธานโดยไม่เสียงาน
งานแรกวันที่ 13 ส.ค. เปิดงานอบรมพระธรรมทูตเชิงลึก ที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ร่วมกับ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา และ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย จากนั้นบรรยายหลักการเป็นพระธรรมทูตให้ผู้เข้าอบรมฟัง เสร็จแล้วเดินทางจากวัดไทยกุสินาราฯ ที่อยู่รัฐยูพี ไปวัดไทยพุทธคยา ที่รัฐพิหาร เพราะจะมีงานใหญ่ให้ดำเนินการที่นั่นในวันที่ 16 ส.ค. คืองานทำบุญอุทิศแก่บูรพาจารย์ และผู้มีอุปการคุณแก่วัดไทยพุทธคยา ทั้งพระและฆราวาส เช่นอดีตสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์) วัดจักรวรรดิฯ อดีตพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ) วัดมหาธาตุ และอดีตพระเทพโพธิวิเทศ (หลวงพ่อยอด) วัดมหาธาตุ แต่ละท่านเคยเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตและเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา
งานต่อมาเป็นงานฉลองและแสดงความยินดี พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ (ดร.พระมหาฉลอง จนฺทสิริ) เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี รัฐพิหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2555 และพระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (ดร.พระมหาวิเชียร) วัดไทยสิริราชคฤห์ ที่ได้รับเสมาธรรมจักร ในฐานะพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ
เสร็จงานฉลองแล้ว พระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาส และตัวแทนที่ประจำวัดต่างๆ ในรัฐพิหาร และยูพี 23 วัด ได้ทำวัตรแสดงสามีจิกรรมต่อพระราชรัตนรังษีในฐานะหัวหน้าพระธรรมทูตอย่างพร้อมเพรียงกัน
รุ่งขึ้นวันที่ 17 ส.ค. ตอนเช้าไปรับการสักการะจากแม่ชีนับร้อยท่านที่สำนักพุทธสาวิกา ของแม่ชีนกแก้ว ก่อนเดินทางมาขึ้นเครื่องที่ปัตนะ เพื่อมาต่อการบินไทยที่นิวเดลีมาเมืองไทย เพราะเช้าวันที่ 18 ส.ค. มีพิธีฉลองพระบรมรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระอุโบสถวัดมหาธาตุ ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ในเดือน ก.ย. 2555 วันที่ 19 ส.ค. เดินทางกลับอินเดีย มีงานใหญ่รออยู่ สมดังที่ท่านเคยพูดว่า คนอยากทำงาน จะมีงานให้ทำเสมอ







