
โต้งแจงงบน้ำท่วมจ่ายแล้วแสนล้าน
ฝ่ายค้านอัดรัฐบาล เปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสประชาชน
ฝ่ายค้านอัดรัฐบาล เปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสประชาชน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไปแล้ว 1.5 แสนล้านบาท โดยใช้งบกลางปี 2555 ก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท
“ในส่วนของงบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยซึ่งได้ออกพระราชกำหนดกู้เงิน 3 แสนล้านบาท ได้จัดสรรงบในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมไปแล้วประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แต่มาเบิกไปจริงยังไม่ถึง 1,000 ล้านบาท” นายกิตติรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายดังกล่าวไม่ใช่เพราะเกิดปัญหาล่าช้า แต่เพราะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะจ่ายเงินได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจส่งงานเสร็จแล้วเท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าในช่วงฤดูฝนนี้โครงการก่อสร้างต่างๆ จะดำเนินการเสร็จทันก่อนที่น้ำจำนวนมากจะมาแน่นอน
นายกิตติรัตน์ ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องออกพระราชกำหนด เพราะหากรองบประมาณปี 2556 ตามที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต จะล่าช้าเกินไปและอาจจะไม่ทันในช่วงฤดูฝนนี้ แต่ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกพระราชกำหนด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรีบใช้งบประมาณทั้งหมดทีเดียว แต่รัฐบาลได้เปิดประมูลโครงการต่างๆ ทั้งโลก เพื่อให้ได้เทคโนโลยีป้องกันน้ำท่วมที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะที่ภาคเหนือและกรุงเทพมหานครกำลังห่วงน้ำท่วม แต่ยังมีหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องขอเวลาสักระยะ เนื่องจากอยู่ในช่วงกำลังลงทุนการก่อสร้างอยู่
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลควรได้รับสมญานามว่า เป็นรัฐบาลที่ “เปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสของประชาชน” ใน 4 ประเด็นหลัก 1.การใช้งบกลาง 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะหาข้อแก้ตัวเพื่อเลื่อนการมอบเอกสารให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ เปิดช่องให้ทุจริต
2.การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจะตัดยางต้นเก่าทิ้ง 1 แสนไร่ ส่งออกยางให้น้อยลง 1.5 แสนตัน และขออนุมัติงบอีก 1.5 หมื่นล้านบาท อยากถามว่า 1.5 หมื่นล้านบาทแรกเพื่อพยุงราคา มีการใช้เงินไปอย่างไรและจะขอเพิ่มไปทำอะไร
3.โครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลพยายามตัดตอนการทุจริต สร้างภาพว่าการทุจริตเป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่คาดว่าเงิน 2.6 แสนล้านบาท จะถึงมือเกษตรกรแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ อีก 80 เปอร์เซ็นต์ จะตกอยู่ในมือนักการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องในการทุจริตคอร์รัปชัน นี่เป็นการทุจริตมหาศาล
4.เรื่องน้ำมัน ขณะนี้รัฐบาลทำกองทุนน้ำมันติดลบ ราคาขายปลีกน้ำมันและแก๊สก็แพง เจ๊งกันหมดทุกฝ่าย แสดงว่าเงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลกู้มาตอนต้นปี เอกชนเป็นผู้ได้ประโยชน์







