
‘ดีเอสไอ’เคลียร์ใจทบ. ณัฐวุฒิไม่เอาผิดทหาร
แกนนำเสื้อแดง และ อธิบดีดีเอสไอมีท่าทีอ่อนลง หลัง ผบ.ทบ. ออกมาเตือนรัฐบาล ทำคดี เม.ย.พ.ค. 2553 อย่าพาดพิงทหาร
แกนนำเสื้อแดง และ อธิบดีดีเอสไอมีท่าทีอ่อนลง หลัง ผบ.ทบ. ออกมาเตือนรัฐบาล ทำคดี เม.ย.พ.ค. 2553 อย่าพาดพิงทหาร
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า หลังจากมีการท้วงติงจากผู้ใหญ่ในกองทัพ เรื่องการให้ข่าวของดีเอสไอถึงผลสอบคดีความรุนแรงในเหตุการณ์เดือน เม.ย.พ.ค. 2553 จึงได้พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ของกองทัพแล้ว และได้กำชับพนักงานสอบสวน รวมทั้ง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สรุปว่า จากนี้จะไม่มีการให้ข่าวรายวัน แต่จะเป็นผู้แถลงข่าวเพียงผู้เดียว
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2553 เป็นภาวะไม่ปกติ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนใช้อาวุธทำร้ายประชาชนโดยพลการ เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นในการใช้กำลัง ดีเอสไอพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป” นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวว่า การที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในบางคดี ไม่ได้หมายความว่าคนที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดเสมอไป และอาจไม่ต้องรับผิดในการกระทำ เพราะอาจกระทำไปในภาวะจำเป็น หรือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า หากการพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เพื่อปกป้ององค์กรตัวเองก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะขณะนี้คดีความต่างๆ ยังไม่ถึงที่สุด ศาลยุติธรรมยังไม่มีคำตัดสิน ฉะนั้นทุกฝ่ายก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ฝ่ายที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็ต้องละเอียดอ่อนในการให้ข้อมูล
สำหรับฝ่ายที่ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย ก็ต้องรอบคอบในการแสดงความเห็น แต่ความจริงเป็นอย่างไรหนีไม่พ้น ใครเป็นผู้บงการหรือสั่งการทหาร ขณะนี้เรื่องทั้งหมดกำลังเดินเข้าใกล้คนพวกนั้นเข้าไปทุกที
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงว่า การที่พนักงานสอบสวนของดีเอสไอ จะเรียกทหารสไนเปอร์ในภาพชุดมาสอบสวนนั้น ยืนยันว่า คลิปดังกล่าวเป็นภาพชุดของพลระวังป้องกัน ถืออาวุธประจำกายปืนเอ็ม 16 อยู่ในท่าตรวจการณ์ด้วยกล้องที่ติดอยู่กับตัวปืน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามท้องตลาด ไม่ใช่อาวุธปืนสไนเปอร์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ส่งให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่ตั้งข้อสังเกตเหตุใดผู้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีถึงกลับบอกว่าทหารไม่ได้นำหลักฐานไปให้
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกหวังว่า พนักงานสอบสวนจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ส่งไปให้ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และหวังว่าคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี2553 ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ถูกกล่าวหา และฝ่ายถูกกระทำ มีความคืบหน้าในลักษณะใกล้เคียงกัน อย่าเน้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนทำให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกิดความไม่สบายใจ เพราะคดีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ถูกกระทำไม่คืบหน้า แต่คดีที่เจ้าหน้าที่ตกเป็นผู้ต้องหากลับคืบหน้า







