
ถล่มงบประชานิยมขย่มข้าว-น้ำโกงอื้อ
ฝ่ายค้านรุมสกรัมจำนำข้าวลงทุนโครงการน้ำ เป็นนโยบายที่มีการคอร์รัปชันมากที่สุด
ฝ่ายค้านรุมสกรัมจำนำข้าวลงทุนโครงการน้ำ เป็นนโยบายที่มีการคอร์รัปชันมากที่สุด
วันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่ออภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2556 ฝ่ายค้านยึดสภาถล่มรัฐบาล ใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพไปกับโครงการประชานิยม
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ตัดลดงบประมาณในภาพรวมลง 5% เนื่องจากวงเงินรายจ่าย 2.4 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในขณะที่เก็บรายได้เพียง 2.1 ล้านล้านบาท ต้องกู้เงินหรือเก็บภาษีเพิ่มมาใช้จ่าย ผลักภาระให้ประชาชน
โครงการที่เกิดความสูญเสียมากที่สุด คือ การรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่จะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าใน 100 บาท ผลประโยชน์ตกถึงมือชาวนาเพียง 30%
นอกจากนี้ การเก็บเก็บรายได้ที่เพิ่มเป็น 2.1 ล้านล้านบาท ทั้งๆ ที่ลดอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ทำให้สูญเสียรายได้ไปถึง 1.5 แสน ล้านบาท ซึ่งอาจเกิดผลกระทบผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป โดยรัฐบาลเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น
ดนด้านโครงการรถยนต์คันแรกที่ใช้งบประมาณ 3 หมื่นล้านบาทก็ช่วยแต่อุตสาหกรรมที่ยังส่งออกได้ถึง 20% ทั้งที่ส่งออกภาพรวม6 เดือนแรกปีนี้ติดลบ 4% อุตสาห กรรมอาหารส่งออกลดลง 40% รัฐบาลกลับไม่ช่วย
“รัฐบาลมีแนวโน้มใช้เงินนอกงบประมาณเพิ่มขึ้น อาทิ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท แต่เบิกจ่ายแล้วเพียงแค่พันกว่าล้านบาท มีเอกชนออกมาบอกว่ามีการจ่ายเงินใต้โต๊ะในโครงการ30-40%” นายกรณ์ กล่าว
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ลุกขึ้นชี้แจง ยืนยันว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการขยายฐานภาษีและการที่ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันให้ภาคธุรกิจไทย
“การเสนอ พ.ร.บ.กู้เงินเพื่อใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนั้น จะมีการนำเสนอให้สภาพิจารณาโดยละเอียด ไม่ใช่วิธีการซุกหนี้นอกงบประมาณ” นายกิตติรัตน์ กล่าว







