posttoday
หวั่นไทยตกเวทีเออีซี

หวั่นไทยตกเวทีเออีซี

14 สิงหาคม 2555

แนะภาคเอกชนเร่งปรับตัว3ด้าน ลงทุนอีสานตอนบนขยายตัว35%

แนะภาคเอกชนเร่งปรับตัว3ด้าน ลงทุนอีสานตอนบนขยายตัว35%

สภาอุตฯ ภาคกลางหวั่นไทยตกเวทีเออีซีแนะภาคเอกชนเร่งปรับตัวรับมือ 3 ด้านแข่งขันคู่แข่ง

นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยว่า ภาคเอกชนไทยจะต้องเร่งปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ทั้งหมด 3 เรื่อง คือ 1.พัฒนากระบวนการผลิต โดยหันมาใช้เครื่องจักรอุปกรณ์แทนกำลังคน เน้นในเรื่องของคุณภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้ความเข้าใจกับพนักงานที่ทำงาน

2.เน้นเรื่องการพัฒนาบุคลากรในด้านภาษาต่างประเทศ รวมทั้งการรับผิดชอบและการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในภาคเกษตรกรรมที่เรามีความเคยชินมามากกว่า และ 3.ปรับปรุงและพัฒนาในเรื่องของนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากกว่าเป็นการส่งวัตถุดิบไปป้อนโรงงาน

นายสิงห์ กล่าวอีกว่า ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ คือ การขาดแคลนแรงงานประเภทไร้ฝีมือ ซึ่งเป็นพนักงานที่ทำงานเป็นรายวันและจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปัจจุบันถึงแม้ขาดแคลนก็ต้องจ้างในอัตราที่สูงตามกฎหมายกำหนด และส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว นอกจากนี้พนักงานในระดับที่เป็นช่างเทคนิค ระดับ ปวช. ปวส. ก็ขาดแคลนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการศึกษาของไทยให้ความสำคัญกับการเรียนในระดับปริญญา ที่รัฐกำหนดให้มีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ในอัตรา 1.5 หมื่นบาท/เดือน ทำให้ขาดการผลิตคนในสายช่างเทคนิค และยังมีเรื่องของต้นทุนในด้านระบบขนส่ง ถึงแม้ประเทศไทยได้มีการพัฒนามาในระดับหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ฉะนั้นหากอุตสาหกรรมเข้าสู่การแข่งขันตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราจะเสียเปรียบตรงที่การผลิตในประเทศจะมีต้นทุนสูงกว่าประเทศคู่แข่ง

ด้าน น.ส.รัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุน ภาคที่ 3 จ.ขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นักลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้ความสนใจลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริม 34 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 4,348.70 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 35%

น.ส.รัตนวิมล กล่าวอีกว่า กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ยื่นขอรับการส่งเสริม 27 โครงการ เงินลงทุน 2,523 ล้านบาท ตั้งอยู่ใน จ.หนองคาย 12 โครงการ เงินลงทุน 1,084.20 ล้านบาท บึงกาฬ 7 โครงการ เงินลงทุน 675.80 ล้านบาท สกลนคร 5 โครงการ เงินลงทุน 496 ล้านบาท อุดรธานี 1 โครงการ เงินลงทุน 100 ล้านบาท และ จ.ร้อยเอ็ด 1 โครงการ เงินลงทุน 16 ล้านบาท

“นักลงทุนต่างให้เหตุผลว่าสภาพภูมิประเทศของ จ.หนองคาย ตั้งอยู่บนที่ราบสูงจากระดับน้ำทะเล150300 เมตร มีพื้นที่ทอดยาวไปตามลำแม่น้ำโขง ทำให้มีศักยภาพด้านพลังงานจากแสงอาทิตย์สูงเท่ากับ 402,801.99 Ktoe และมีค่าความเข้มแสงอาทิตย์โดยเฉลี่ย 17.90 MJ/m2 ต่อวัน” น.ส.รัตนวิมล กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69