
เมดิคัลฮับ2มาตรฐานบริการทางการแพทย์
ทางแพร่งในระบบสุขภาพแบ่งออกเป็นสอง
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ทางแพร่งในระบบสุขภาพแบ่งออกเป็นสอง
หนึ่ง คือมิติทางเศรษฐกิจ เม็ดเงินร่วม 8 แสนล้านบาท ที่จะไหลเข้าสู่ประเทศในระยะเวลา 4 ปี จากนี้ (ปี 2559)
อีกหนึ่ง คือมิติมนุษยธรรม ความเพียงพอของทรัพยากรด้านสาธารณสุขที่ใช้ในประเทศ
ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ เมดิคัล ฮับ คือนโยบายที่บังคับให้ต้องเลือก
เลือกบนพื้นฐานการลงทุนด้านสุขภาพ ต้องไม่ทำให้ประชาชนในประเทศเสียโอกาส
“ถ้าจะทำเมดิคัล ฮับ ก็ควรมั่นใจก่อนว่าสามารถให้บริการสุขภาพพื้นฐาน Essential Health Service ที่มีคุณภาพแก่ประชาชนได้แล้ว” นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน์ ชมรมแพทย์ชนบท แสดงความเห็น
ในความหมายของ นพ.พรเทพ การ บริการพื้นฐานในประเทศควรมาก่อนเมดิคัล ฮับ
“ไม่มั่นใจว่านโยบายนี้ทำไปเพื่อใคร หรือเราจะยอมรับให้แพทย์ 1 คน ดูแลประชาชนในชนบท 1-2 หมื่นคน รักษาผ่านอินเทอร์เน็ตระหว่างสถานีอนามัยกับโรงพยาบาลชุมชน แล้วจัดแพทย์เฉพาะทางครบทีมมีเทคโนโลยีก้าวหน้าไว้ดูแลชาวต่างชาติด้วยคุณภาพระดับโลก ตามนโยบายเมดิคัล ฮับ” แพทย์ชนบทตั้งคำถาม
คุณหมอพรเทพ สะท้อนมุมมองต่อไปว่า แพทย์เป็นอาชีพที่สามารถทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรถึงขั้นการค้ากำไรหรือนำธุรกิจเข้าค้าขายในตลาดหลักทรัพย์ ควรเป็นเพียงหน่วยงานที่ทำธุรกิจพอเลี้ยงตัวเองได้เท่านั้น
นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมทุนนิยมเต็มรูปแบบแล้ว ดังนั้นถ้าขาดการดูแลระบบตลาดที่ดี แพทย์ก็จะถูกดูดกลืนไปตามกลไกตลาด ไปสู่สาขาที่น่าสนใจตามคุณค่าทางตลาด
“เมื่อสังคมไทยยังยกมือไหว้คนโกงที่รวย หรือคนที่เป็นอดีตนายกแพทยสภากลับปกป้องบริษัทยา และคัดค้านการทำสิทธิเหนือสิทธิบัตรยา ก็ไม่แปลกที่แพทย์ยินดีทำงานในสาขาที่งานเบาเงินหนักมาก กว่า” คุณหมอพรเทพ ฉายภาพ
เป็นภาพที่เสริมแรงให้ปัญหาสาหัสยิ่ง และจะถูกสุมขึ้นท่ามกลางการผลักดันเมดิคัล ฮับ อย่างแน่นอน
หมอชนบทรายนี้ บอกอีกว่า เมื่อนักการเมืองและนายทุนทั้งในประเทศและนอกประเทศร่วมมือกันเพื่อค้ากำไร จากบริการทางการแพทย์ ย่อมเกิดปัญหาการบริการ สองมาตรฐานที่มากขึ้น
คนยากจนจะเป็นเพียงผู้ป่วยให้แพทย์จบใหม่หาประสบการณ์จนเกิดความเชี่ยวชาญ เพื่อไปรักษาผู้ป่วยที่ร่ำรวยกว่าหรือมีกำลังซื้อมากกว่า
คำถามคือ รัฐบาลในฐานะผู้ดูแลปัญหานี้มีความจริงใจกับประชาชนจริงหรือไม่ หรือการหาเสียงนั้นเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น
“บางพรรคมีสโลแกนว่าประชาชนต้องมาก่อน หรือหัวใจคือประชาชน แต่พฤติกรรมที่แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมกลับสัมผัสได้ว่านายทุนของพรรคต้องมาก่อน ถามว่าหัวใจคือประชาชน หรือนายทุนของพรรคกันแน่” นพ.พรเทพ ตั้งคำถามทิ้งท้าย
แน่นอนว่าขณะนี้ทางแพร่งในระบบสุขภาพแบ่งออกเป็นสอง
หนึ่ง คือมิติทางเศรษฐกิจ อีกหนึ่งคือมิติทางมนุษยธรรม และนโยบายเมดิคัล ฮับ บังคับให้ต้องเลือก
... ขณะนี้รัฐบาลได้เลือกแล้ว
ประชาชนจะเสียโอกาสหรือไม่ สังคมต้องการคำตอบ







