posttoday
กพค.แฉสารพัดกลโกงทุจริตหยั่งรากระบบราชการ

กพค.แฉสารพัดกลโกงทุจริตหยั่งรากระบบราชการ

11 สิงหาคม 2555

พูดไปก็ยากจะเชื่อ ในอดีตเมืองไทยเราเริ่มต้นพัฒนาประเทศมาพร้อมๆ กับญี่ปุ่นในสมัยรัชกาลที่ 5

โดย...ปริญญา ชูเลขา

พูดไปก็ยากจะเชื่อ ในอดีตเมืองไทยเราเริ่มต้นพัฒนาประเทศมาพร้อมๆ กับญี่ปุ่นในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่หลังจากนั้นญี่ปุ่นก็พัฒนาไปไกล ดัชนีชี้วัดการพัฒนาประเทศจึงถูกนำไปเทียบเคียงกับสิงคโปร์ เกาหลีใต้ จนปัจจุบันไทยเราถูกนำไปเปรียบเทียบกับเวียดนาม และในอนาคตอาจถูกนำไปเทียบกับดาวรุ่งทางเศรษฐกิจดวงใหม่ อย่างประเทศพม่า...

เห็นได้ชัดว่าศักยภาพการแข่งขันของไทยถูกนำไปเทียบกับประเทศที่มีการพัฒนาล้าหลังมากขึ้นเรื่อยๆ อีกนัยหนึ่ง คือขณะที่ประเทศอื่นถีบตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ไทยเรากลับพัฒนาในอัตราที่ช้ากว่าหรืออาจจะยืนอยู่ที่เดิม?

การคอร์รัปชันที่เกี่ยวพันกับระบบราชการ คือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเรา สะท้อนได้จากคำพูดตลกร้ายที่มักจะพูดกันว่า ที่เมืองไทย Know How ไม่สำคัญเท่า Know Who

จากการทำงานของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้สรุปพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการไว้อย่างน่าสนใจ

ก.พ.ค. สรุปว่า สาเหตุการคอร์รัปชันเกิดจาก 1.จิตใจและความโลภของแต่ละบุคคล เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง 2.โอกาสเปิดช่องล่อใจ 3.การหมกมุ่นในอบายมุขสุรา นารี การพนัน การเที่ยวกลางคืน

นอกจากนี้ ความจำเป็นในการครองชีพ ภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น เช่น หลบเลี่ยงงานไปทำธุรกิจส่วนตัว ความไม่รู้ระเบียบและกฎหมาย ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และการใช้อำนาจของผู้บริหารในทางที่มิชอบ

จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการ ก.พ.ค. กล่าวถึงรูปแบบการทุจริตในระบบราชการว่ามี 10 แบบ ประกอบด้วย 1.ทุจริตทั่วไป เช่น งานการให้บริการแก่ประชาชน งานที่เกี่ยวกับความยุติธรรม การสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง การบริหารงบประมาณโครงการ

กพค.แฉสารพัดกลโกงทุจริตหยั่งรากระบบราชการ

 

2.การทุจริตเกี่ยวกับการเงินและบัญชี เช่น เบียดบังเงินราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วแสดงรายการรับจ่ายเงินไม่ตรงตามความเป็นจริง การนำเอาวัสดุอุปกรณ์ของทางราชการไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนตน การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงค่าพาหนะ การเบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรภายนอก

3.การทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น เกิดจากการฮั้วกันของบรรดาผู้เข้าประกวดราคา โดยตกลงกันว่าจะยอมให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด มีเจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุนผู้เสนอราคาบางรายโดยได้รับผลประโยชน์ตอบแทน

4.การทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย เช่น การจัดซื้อจัดหา ตั้งราคาจัดซื้อจัดหาให้แพงกว่าราคาตลาดแล้วเรียกค่าหัวคิว การให้สัมปทานหรือสิทธิพิเศษในธุรกิจประเภทต่างๆ เช่น เหล้า โทรศัพท์ ทางด่วน รถไฟใต้ดิน การขายสาธารณสมบัติทำราคาขายให้ต่ำกว่าความเป็นจริง

5.คอร์รัปชันและการซื้อขายตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่มีการซื้อขายมาก คือ อธิบดีและเลขาธิการ สำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการซื้อขายตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการสำนัก เขต ศูนย์ และโรงเรียน

6.การทุจริตโครงการขนาดใหญ่ พบว่าการร่วมมือระหว่างข้าราชการกับนักธุรกิจ หรือระหว่างข้าราชการ นักธุรกิจและนักการเมือง ส่วนใหญ่มีค่าคอมมิชชัน 1020%

7.การคอร์รัปชันในงานก่อสร้างราชการ ประเภทที่ 1 คือ การเรียกผลประโยชน์จากเอกชนโดยตรง เรียกว่าค่าใต้โต๊ะ ค่าน้ำร้อนน้ำชา ค่าอำนวยความสะดวก ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ ในการออกใบอนุญาต เป็นต้น

ประเภทที่ 2 คือ โกงราษฎรจากงานสาธารณะที่ราษฎรควรจะได้รับ เช่น โกงการก่อสร้างที่ผิดไปจากข้อตกลง มีบุคคลตั้งแต่ 3 กลุ่มใหญ่ขึ้นไปเกี่ยวข้อง คือ ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติตรวจสอบโครงการ สถาปนิกหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้รับจ้างเหมา

การฉ้อราษฎร์บังหลวงเกิดขึ้นโดยอาศัยเงื่อนไขจากสัญญา เช่น เปิดช่องว่างในสัญญาจ้างต่างๆ แบบก่อสร้างที่ไม่ชัดเจนตามหลักการที่ควรจะเป็น และการแก้ไขแบบขณะก่อสร้าง

8.โกงไฮเทคด้วยระบบ eAuction เช่น การพิจารณาข้อเสนอการประมูลเป็นระบบงานที่ให้หน่วยงานผู้ซื้อภาครัฐสามารถจัดการเรื่องการคัดเลือกผู้เสนอราคาผ่านเว็บไซต์

9.ความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม มีหลายรูปแบบ เช่น ตั้งแต่การรับสินบน การรับของขวัญ การใช้อิทธิพลส่วนตัว การใช้ข้อมูลลับ การใช้ความสัมพันธ์แบบเครือญาติ

10.คอร์รัปชันด้วยระบบอุปถัมภ์ 3 รูปแบบ คือ 1.ระบบอุปถัมภ์ระหว่างเครือญาติ 2.ระบบอุปถัมภ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาภายในองค์กร และ 3.ระบบอุปถัมภ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาระดับสูงขององค์การกับนักการเมืองท้องถิ่น

ตอกย้ำความเสียหายด้วยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งพบว่าผู้ประกอบการทำธุรกิจกับภาครัฐ 82.1% ต้องจ่ายเงินพิเศษให้ข้าราชการและนักการเมือง

เมื่อประเมินมูลค่าการทุจริตจากงบลงทุนภาครัฐต่อปี 23 ล้านล้านบาท มีการทุจริต 2530% คิดเป็นความเสียหาย 1.82 แสนล้านบาท หรือ 1.62.1% ของจีดีพี เป็นมูลค่าต่อปี 10.67 ล้านบาท และภายใน 510 ปี รัฐจะสูญเสีย 8 แสนล้าน1 ล้านล้านบาท

น่าดีใจที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญและประกาศให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ มีการสั่งให้ทุกหน่วยงานรัฐ 157 หน่วยงาน ให้ความร่วมมือในการทำงานปราบปรามการทุจริต

แต่ถ้าจะให้ดี...ต้องเริ่มล้างทุจริตในโครงการใหญ่ๆ ของรัฐบาล ทั้งโครงการจำนำข้าวและโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท กันก่อนเลย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่