
รบ.จ่อเปิดข้อมูลทีโออาร์น้ำ3แสนล้านเพิ่ม
หวั่นไม่โปร่งใส กบอ.เตรียมแจงแผนน้ำละเอียด ยันเป็นแค่กรอบแนวคิด ไม่ล็อกสเป๊กแน่นอน
หวั่นไม่โปร่งใส กบอ.เตรียมแจงแผนน้ำละเอียด ยันเป็นแค่กรอบแนวคิด ไม่ล็อกสเป๊กแน่นอน
ที่โรงแรสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด ภาคดีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “งบน้ำท่วม 3.5 แสนล้าน รวดเร็ว คุ้มค่า โปร่งใส?” โดยมีตัวแทนจากภาคประชาชน นักวิชาการ และภาครัฐเข้าร่วมจำนวนมาก และมีสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เข้าร่วมรับฟังด้วย อย่างไรก็ตาม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ไม่ได้มาร่วมงานดังกล่าว ทั้งที่ในกำหนดการระบุว่าในปลอดประสพจะมาร่วมงาน โดยได้ให้นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ เปิดเผยว่า เป็นห่วงเรื่องขั้นตอนการจัดทำ เนื่องจากมีรายละเอียด เพียงแค่ 10 กว่าหน้า ซึ่งทำให้บริษัมต่างชาติต่าง ๆ มีข้อมูลไม่เพียงพออย่างแน่นอน รัฐบาลควรต้องยอมให้ราชการเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีโออาร์ให้ได้ ในเชิงวิศวกรรมเห็นว่ากรมชลประทานมีอิทธิพลมาก เขื่อนที่สร้างไม่ได้ ก็จะสร้างได้คราวนี้ เขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนแม่วงก์ อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงว่า หากจัดทำโครงการนี้เป็นแผนเร่งด่วน ขั้นตอนของพรบ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะถูกละเลยไป รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการทุจริต จึงไม่อยากให้รวบรัดมากเกินไป มิเช่นนั้นก็อาจเกิดความไม่โปร่งใส
“มีข่าวลือว่ามีบริษัทข้ามชาติจากประเทศนึงมานานเกินครึ่งปี ถือว่าไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่รู้ช้า ซึ่งสมาคมวิศวกรที่ปรึกษาทั้งหมดก็เห็นรงกันว่าข้อมูลไม่เพียงพอ ขอบเชตวิธีตัดสิน ขณะนี้ก็ยังไม่รู้ชัด ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้มีการคอร์รัปชั่นได้ อย่างไรก็ตามเราก็อยากให้รัฐบาลทำให้สำเร็จ และใช้เงิน 3แสนล้านให้คนไทยได้มีโอกาสทำงาน มากกว่าจะไปกระจุกตัวอยู่ที่ผู้รับเหมาประเทศใดประเทศหนึ่ง“
ขณะที่นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การทำโครงการเป็นรูปแบบดีไซน์แอนด์บิวท์ถือว่าอันตราย ซึ่งในสามเดือน จะได้ทางออกที่ดีที่สุดถือว่ายากมาก การจะป้องกันน้ำท่วมถาวร ไม่มีทางถาวร ซึ่งหลังจากนี้ ทีโออาร์จะต้องเพิ่มในแง่ของ ท้องถิ่น เพราะขณะนี้หลายชุมชน ต่างก็สร้างพนังกันน้ำคอนกรีตของตัวเอง ทั้งนี้ อยากจะให้มองไปถึงภาวะโลกร้อน อีก 20- 100 ปี ก็ควรจะให้ได้แบบทีดีที่สุด ก็ควรจะศึกษา ต้องให้เวลา ไม่อยากให้เร่งทำ เพราะจะทำให้โครงการไม่มั่นคง หากน้ำมาอีกที ปี 2559 อาจจะแรงกว่านี้ก็เป็นได้
“ข้อมูลต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นการยกถนน 1.5 เมตร เพื่อเป็นแนวฟลัดเวย์ ที่รัฐบาลบอกจะทำนั้นในความเป็นจริงทำไม่ได้เลย เพราะมีความขัดแย้งสูงมาก ระหว่างคนนอกคันและคนในคันทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็สร้างกำแพงกั้นน้ำของตัวเอง ผลสุดท้ายก็ไปกระทบกับประชาชนในพื้นที่ข้างเคียง เพราะฉะนั้นวิธีแก้ภาพรวม ต้องสื่อสารถึงภาคประชาชน หากประชาชนไม่รู้อะไร สุดท้ายก็ไปลงที่ศาลปกครองอยู่ดี” นายเสรีกล่าว
นายเสรีกล่าวอีกว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ แม้ว่าเขื่อนจะพร่องน้ำไปเหลือ40% ถาม่วาถ้าเกิดฝนตกใต้เขื่อนนี่ก็ประเมินไม่ได้ เพราะโครงการขุดลอกคลองที่รัฐบาลเตรียมไว้ ผู้รับเหมาก็ขุดลอกไป โดยไม่มีวิธีการตรวจสอบว่าขุดไปลึกขนาดไหน และสามารถรับได้จริงตามสเป๊กที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมถึงไม่มีการศึกษาเรื่องระดับความลึกของคลองอย่างจริงจัง ซึ่งก็น่ากังวลว่าหากปริมาณน้ำฝนมามาก จะรับมือกันอย่างไร
ขณะที่นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนดังกล่าว ยังคงเป็นเพียงกรอบแนวคิดซึ่งจะยังไม่มีการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือคัดเลือกกลุ่มบริษัทร่วมทุนใด จนกว่าจะถึงวันที่ 31 ม.ค. 2556 โดยระหว่างนี้รัฐบาลก็จะรวบรวมข้อมูล ปัญหา หรือรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ขณะที่พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างทางพัสดุนั้นก็มี ให้ใช้ระเบียบตรงนี้ว่าปรับปรุงที่ไหนยังไง กฤษฎีกาก็แจงมาแล้ว ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมด แต่มีระเบียบสำหรับโครงการนี้ไว้แล้ว
“สภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน ญี่ปุ่น อเมริกาก็เกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอน สามแสนล้าน สี่หมื่นล้าน จะคิดสั้น ๆ ห้าปีสิบปีไม่พอแน่นอน ต้องคิดล่วงหน้าเป็นร้อยปีพันปีด้วยซ้ำไป ซึ่งในทางวิศวกรรม ต้องมีการทำประชาพิจารณ์โครงการทั้งหมดรวมถึงมีคณะกรรมการเพื่อพัฒนาผังเมืองในการบริหารจัดการน้ำท่วม เข้าไปจัดการบังคับใช้ให้เกิดขึ้นจริงอยู่แล้ว อย่างเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากประเทศใดได้ไป ประเทศอื่นไม่ได้ อาจมีปัญหา เรื่องนี้เราก็เอามาพิจารณา เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว”
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวอีกว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ รัฐบาลจะแถลงข่าว ในรูปแบบนิทรรศการน้ำเพื่อให้ประชาชนเข้ามารับรู้รายละเอียดข้อมูลแต่ละโครงการอย่างละเอียด รวมถึงสร้างระบบให้ภาคประชาชนตรวจสอบผ่านเรียลไทม์ ภายใต้ชื่อแอพพลิเคชั่นว่า water4thai และมี 2 เว็บไซต์สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำ ได้แก่ http://www.thaiwater.net และ http://www.waterforthai.go.th โดยประชาชนจะมีส่วนร่วมเข้ามา มีเว็บบอร์ด เฟซบุค ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยจะขึ้นภาพชัดเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ และให้ติดตามความคืบหน้าได้ว่าโครงการทั้งหมด ตั้งแต่คันกั้นน้ำ การขุดลอกคลอง ผ่านเว็บไซต์เหล่านี้
กรณ์จวกยับแผนน้ำถามไม่เร่งด่วนจริง จะกู้3.5แสนล้านทำไม
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจทีเอกชนตื่นตัว กับการใช้เงินกู้ในการป้องกันอุทกภัยครั้งนี้ แต่ที่น่าผิดหวังก็คือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกบอ.ไม่มา แล้วส่งคนมาชี้แจงแทน ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างทำให้ประชาชนกังวล และแสดงถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการจัดการปัญหาทุจริต เนื่องจากการกู้เงินสามแสนล้านบาท ถือเป็นภาระกับประชาชน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าพยายามเว้นการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีปกติ และการหลีกเลี่ยงแบบนี้เป็นเสมือนการตอกย้ำความกังวล
“รัฐบาลให้เหตุผลก่อนหน้านี้ว่าการกู้เงินสามแสนล้านเป็นความจำเป็นเร่งด่วน โดยต้องออกเป็นพระราชกำหนดแต่เท่าที่ฟังวันนี้การใช้เงินดังกล่าวเป็นระยะยาวไปแล้ว ทั้งที่บอกว่าเร่งด่วน และจากนี้ไปอีกหนึ่งปี และยังต้องมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมอีก จึงยังไม่เห็นความชัดเจนในการใช้เงินว่าจะใช้กับโครงการใดบ้าง ซึ่งรัฐบาลควรจะเลือกใช้ความคิดเห็นของคนไทย และนักวิชาการไทย มากกว่าจะเปิดระดมความคิดเห็นจากทั่วโลกทันที” นายกรณ์กล่าว
ส่วนการออกแบบและก่อสร้าง (ดีไซน์แอนด์บิวท์) นั้น นายกรณ์กล่าวว่า ภาคเอกชนทั้งหมดเห็นตรงกันว่าอาจเปิดช่องให้มีการทุจริต หรือคัดเลือกบริษัทใดเป็นพิเศษ แต่รัฐบาลก็กลับเลือกจะใช้วิธีออกแบบและก่อสร้างต่อไป จึงอยากให้รัฐบาลปรับตัวด้วยการรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง







