posttoday
เจอแต่ตัวปลอม

เจอแต่ตัวปลอม

09 สิงหาคม 2555

เมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น กระแสการเจรจาหรือการสานเสวนาเพื่อการปรองดองก็เริ่มคึกคักขึ้น หน่วยงานความมั่นคงใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง “การเจรจา” และ “การพูดจา” นโยบายคือไม่มีการเจรจา แต่ไม่ปิดโอกาสในการพูดจากัน ที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน 1 จนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการพบปะพูดคุยกันอย่างลับๆ ระหว่างตัวแทนของกองทัพ ฝ่ายความมั่นคง ภาคประชาสังคม กับตัวแทนขบวนการ เท่าที่รวบรวมได้จากข่าวเปิด พบว่า

เมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น กระแสการเจรจาหรือการสานเสวนาเพื่อการปรองดองก็เริ่มคึกคักขึ้น หน่วยงานความมั่นคงใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง “การเจรจา” และ “การพูดจา” นโยบายคือไม่มีการเจรจา แต่ไม่ปิดโอกาสในการพูดจากัน ที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน 1 จนถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการพบปะพูดคุยกันอย่างลับๆ ระหว่างตัวแทนของกองทัพ ฝ่ายความมั่นคง ภาคประชาสังคม กับตัวแทนขบวนการ เท่าที่รวบรวมได้จากข่าวเปิด พบว่า

รัฐบาลชวน 1 มีนายทหารระดับพันเอกและคณะ ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่ทัพภาคที่ 4 ขณะนั้น เดินทางไปพบปะกับประธานขบวนการพูโลและตัวแทนของพูโลที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ และที่กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย ในปี 2536-2537 ผลการเจรจาไม่มีความคืบหน้า เพราะรัฐบาลและกองทัพไม่รับรู้การกระทำดังกล่าว

รัฐบาลทักษิณ ระหว่างเดือน ต.ค. 2548-ก.ค. 2549 ตัวแทนทหารฝ่ายไทยได้พบปะตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ รวม 6 ครั้งที่มาเลเซีย โดย ดร.มหาเธร์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นตัวกลางประสานกับรัฐบาลไทย จนนำ ไปสู่การวางแผนจัดทำแผนสันติภาพที่เกาะลังกาวีในเวลาต่อมา แต่เรื่องก็เงียบไป

รัฐบาลสุรยุทธ์ มาเลเซียเสนอตัวเป็นคนกลางอีก แต่ไม่มีความคืบหน้าเพราะมีข้อจำกัดบางประการที่ฝ่ายไทยไม่อาจยอมรับได้

รัฐบาลสมัคร เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2551 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเผยแพร่เทปบันทึกภาพคำประกาศหยุดยิงและยุติการก่อความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของชาย 3 คน ที่อ้างว่าเป็น “หัวหน้ากลุ่มใต้ดินรวมภาคใต้ของไทย” โดยผ่านการประสานงานของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ. ที่ส่งนายทหารไปพบปะพูดคุยและบันทึกเทปบุคคลเหล่านั้นที่ประเทศ เยอรมนี ในที่สุดเรื่องนี้ก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลสมชาย ทางการอินโดนีเซียที่จัดให้ผู้แทนฝ่ายทหารไทยเจรจากับตัวแทนชุมชนมุสลิมภาคใต้ และอ้างว่าเป็นตัวแทนขบวนการ 4 กลุ่ม เพื่อยุติความขัดแย้งและความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ระหว่างวันที่ 20-21 ก.ย. 2551 แต่ก็เงียบหายไปในช่วงรัฐบาลนี้

รัฐบาลอภิสิทธิ์ กลุ่มที่อ้างว่าชื่อ “ขบวนการปลดปล่อยมลายูปัตตานี” ได้ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-10 ก.ค. 2553 โดยอ้างว่าเพื่อแสดงความจริงใจต่อรัฐบาลไทย

ท่ามกลางความสงสัยของสังคมและรัฐบาล และไม่มีความคืบหน้าในเวลาต่อมา ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง นักการเมืองและ ศอ.บต.เคยมีการเจรจาลับกับตัวแทนกลุ่มพูโลในยุโรป แต่แกนนำพูโลไม่ยอมรับว่าคนที่ไปเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไทยเป็นบุคคลภายนอก

นอกจากนั้น ยังมีเอ็นจีโอฝรั่งทำตัวเป็นคนกลางจัดให้ภาคประชาสังคมของไทยพบปะเจรจากับคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของพูโลและบีอาร์เอ็น โคออดิเนต ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 7-9 ก.ค. 2554 และต่อมาในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28-30 ก.ย. 2554

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2555 ว่า ได้มอบหมายให้เลขาธิการ ศอ.บต.ไปพบปะพูดคุยกับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2555 ได้เดินทางไปพบกับ สมช.มาเลเซีย เพื่อขอให้ประสานกับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนในมาเลเซียที่สมควรพูดคุยด้วยเพื่อให้สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ดีขึ้น

มีข้อสังเกตว่า ก่อนปี 2547 ขบวนการแบ่งแยกดินแดนแทบไม่มีบทบาทอะไรในการก่อความรุนแรง และรัฐบาลขณะนั้นก็ไม่ได้ห่วงในเรื่องนี้ แต่หลังจากปี 2547 ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างมาก ขบวนการที่เกิดใหม่นี้เป็นคนละพวกกับกลุ่มเก่า ทั้งวิธีคิด การปฏิบัติ การที่เพื่อนบ้านหรือเอ็นจีโอเสนอตัวเป็นคนกลางให้เกิดการเจรจาหรือพูดคุยนั้น ทั้งหมดเป็นกลุ่มเก่าทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีบทบาทอะไร โดยเฉพาะไม่มีอิทธิพลเหนือกลุ่มก่อการร้ายในปัจจุบัน ซึ่งคนเหล่านี้ก็ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะพูดให้กลุ่มก่อการร้ายขณะนี้ยุติความรุนแรงได้

คนที่ตัวแทนรัฐเข้าพบปะพูดคุยด้วยมักเป็น “ตัวปลอม” และพวกที่พยายาม “เพิ่มมูลค่า” ให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับตัวแทนภาครัฐในหลายกรณี พยายาม “จัดฉาก” โดยไปขุดผีขึ้นมาจากหลุม หลายคนมีเจตนาแท้จริงที่ต้องการสร้างสันติภาพกลับคืนมาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่น้อยที่ทำเพื่อ “สร้างอนุสาวรีย์” ให้เป็นเกียรติประวัติของตนเอง หลายคนทำไปโดยปราศจากการรับรู้ของรัฐบาล ดังนั้นการดำเนินการของภาครัฐจึงเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ ไม่เป็นเอกภาพ เพราะไม่มี “ซิงเกิล คอมมานด์”

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ว่าการพูดคุยแต่ละครั้งไม่ว่าฝ่ายไทยดำเนินการเองหรือเพื่อนบ้านจัดการให้มักจะเจอกับ “ตัวปลอม” ส่วนตัวจริงนั้นเก็บตัวเงียบ ด้วยเหตุนี้เหตุร้ายจึงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเราพูดคุยผิดตัวนั่นเอง

หากรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยากเดินหน้าในเรื่องนี้ เราไม่แน่ใจว่าจะมีความคืบหน้าหรือไม่อย่างไร เพราะแกนนำตัวจริงเคยแสดงความในใจออกมาว่า พวกเขาจะไม่ยอมพูดคุยหรือเจรจากับรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลหุ่นเชิดของทักษิณเป็นอันขาด เพราะยังจำไม่ลืมสมัยที่รัฐบาลทักษิณเคยอุ้มฆ่าและสังหารพวกเขาไปมากมายในช่วงเวลาที่ครองอำนาจ ทำความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับเขามาก จึงไม่คิดจะพูดคุยหรือเจรจากับรัฐบาลหุ่นเชิดทักษิณ ไม่ว่ารัฐบาลจะส่งใครไปพูดคุยด้วย ก็คงจะได้คุยกับตัวปลอมเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม