
นักวิชาการรุมสับจำนำข้าว
นักวิชาการยำใหญ่นโยบายประชานิยมรัฐบาล ชี้จำนำข้าวสร้างหายนะขาดทุน 1.1 แสนล้านบาท เสียดอกเบี้ยปีละ 5,000 ล้านบาท ทำตลาดส่งออกพัง และเกิดการทุจริตหากินของนายทุนและนักการเมือง
นักวิชาการยำใหญ่นโยบายประชานิยมรัฐบาล ชี้จำนำข้าวสร้างหายนะขาดทุน 1.1 แสนล้านบาท เสียดอกเบี้ยปีละ 5,000 ล้านบาท ทำตลาดส่งออกพัง และเกิดการทุจริตหากินของนายทุนและนักการเมือง
คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดประชุมทางวิชาการ เรื่อง "1 ปีกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล" โดยผู้เข้าร่วมงานได้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ส่วนใหญ่ได้พูดถึงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เริ่มตั้งแต่
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า นโยบายด้านการเงินการคลังของรัฐบาลที่ต้องระวังมี 3 เรื่องประกอบด้วย เรื่องที่ 1 การแทรกแซงกลไกตลาดสินค้าการเกษตรโดยการรับจำนำข้าว ซึ่งขัดต่อแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ และในอดีตเศรษฐกิจของประเทศรัสเซียเคยล่มสลายเพราะดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว
เรื่องที่ 2 การบิดเบือนตลาดแรงงานโดยการกำหนดอัตราค่าจ้างสูงกว่าตลาดกว่าฝีมือ เหมือนกับที่ประเทศสิงคโปร์เคยใช้ระหว่างปี 2521-2527 จนส่งผลให้ระดับการว่างงานสูงขึ้นเพราะนักลงทุนต่างชาติเลือกที่จะไปตั้งโรงงานในประเทศที่แรงงานถูกกว่า จนทำให้สิงค์โปร์ต้องยกเลิกนโยบายค่าจ้างสูงดังกล่าว
เรื่องสุดท้ายที่ 3 การโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จำนวน 1.14 ล้านล้านบาทมาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้รับผิดชอบ ถือเป็นการโอนหนี้รัฐการคลังไปให้ ธปท. ปัญหาที่ตามมาหากธปท. เก็บเงินสมทบจากเงินฝากของธนาคารพณิชย์ที่ 0.47% ไปชำระหนี้ไม่พอ ทำให้ ธปท. ต้องไปกู้เพิ่ม หรือ พิมพ์ธนบัตรออกมาชำระหนี้ ทำให้ระบบของธนาคารกลางพังเสียหาย
นายนิพนธ์ พัวพวศกร ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเป็นการให้ความสำคัญด้านราคาอย่างเดียวโดยไม่สนใจคุณภาพ ทำให้ข้าวของไทยพินาศ คาดว่ารัฐบาลจะขาดทุนจากการรับจำนำ 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.1 แสนล้านบาท หากต้องระบายข้าวทั้งหมดประมาณ 11 ตันข้าวสารออกไป
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การรับจำนำเป็นการทำตลาดส่งออกข้าวไทยในช่วงเดือน ต.ค. 2554-มิ.ย. 2555 ไทยส่งออกข้าวได้ 4.7 ล้านตัน มูลค่า 1 แสนล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันก่อนหน้าส่งออกได้ 9.4 ล้านตัน เป็นมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท มูลค่าการส่งออกหายไปถึง 6 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้การรับจำนำข้าว ยังมีต้นทุนเงินกู้อีกปีละ 5,000 ล้านบาท และยังมีผลเสียจากที่รัฐบาลรับจำนำข้าวที่ต้องส่งออกไว้ทั้งหมด การระบายข้าวจะมีการร่วมมือกันของนายทุนและนักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น
นายสมพร อิศวิลานนท์ จากสถาบันคลังสมองแห่งชาติ กล่าวว่า การรับจำนำข้าวตันละ 1.5-2 หมื่นบาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดจำนวนมาก เป็นการทำลายตลาดซื้อขายล่วงหน้าให้อยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ จากการประเมินต้นทุนการปลูกข้าวอยู่ที่ตันละ 7,000 บาท เกษตรกรได้กำไรตันละ 8,000 บาท ทำให้ต่อไปเกษตรกรรายเล็กอยู่ไม่ได้ เพราะรายใหญ่จะคุมการปลูกข้าวไปจำนำกับรัฐบาลจนหมด
ด้านนายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันมีนวัตกรรมทางนโยบายที่ผิดเพราะหลายโครงการมีลักษณะกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศมากเกินไปจนอาจนำไปสู่ภาระทางการคลัง อาทิ จำนำข้าว บัตรเครดิตเกษตรกร และรถคันแรก
อีกทั้งยังขาดประสิทธิภาพเพราะไม่สามารถทำให้ช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนลดลงได้ในระยะยาว ซึ่งในอนาคตเศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ค่าเงินผันผวน เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลกอีกด้วย







