posttoday
จากยาแลกไข่สู่....นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น

จากยาแลกไข่สู่....นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น

02 สิงหาคม 2555

จากนโยบายการนำยาเก่ามาแลกไข่ใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถนำยาเก่ามากกว่า 37 ล้านเม็ด มาทำพิธีเผาทำลายที่ประชาชนเลิกใช้จำนวนกว่า 37 ล้านเม็ด มูลค่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท นั้นสะท้อนถึงปัญหาการใช้ยาของประเทศที่ซ่อนเร้นอยู่

จากนโยบายการนำยาเก่ามาแลกไข่ใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ที่สามารถนำยาเก่ามากกว่า 37 ล้านเม็ด มาทำพิธีเผาทำลายที่ประชาชนเลิกใช้จำนวนกว่า 37 ล้านเม็ด มูลค่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท นั้นสะท้อนถึงปัญหาการใช้ยาของประเทศที่ซ่อนเร้นอยู่

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการขาดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการ และควบคุมการบริโภคยาของประชาชน เช่น การรับยาและเวชภัณฑ์ที่ขาดการรวมจ่าย เพื่อจูงใจในการใช้ยาอย่างเหมาะสม ขาดการควบคุมร้านขายยาที่ให้มีคุณภาพ ที่ควรต้องจ่ายยาโดยเภสัชกร ระบบบริการที่ซ้ำซ้อน ไม่ผสมผสาน จนเกิดการบริการที่แออัด ไม่มีเวลาเพียงพอในการอธิบายการใช้ยาแก่ผู้ป่วยและญาติในโรงพยาบาลระดับต่างๆ

เหตุเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขอย่างจริงจังและเชื่อมโยง หาใช่เพียงแค่มีโครงการยาเก่าแลกไข่ใหม่ที่เป็นสีสัน หวูบไหวกับจำนวนเม็ดยาที่แลกมาได้เท่านั้น

จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้

1.การพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยทั้งด้านอัตรากำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ และการร่วมบริการจัดการกับชุมชน ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ เพื่อให้มีเวลามากเพียงพอในการอธิบายการใช้ยาที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือใช้การให้คำปรึกษา เพื่อทดแทนและลดการใช้ยา

2.การพัฒนาด้านสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการใช้ยาภายในโรงพยาบาลและระหว่างโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยและประหยัดค่าใช่จ่ายด้านยา เช่น ข้อมูลการใช้ยาจากโรงพยาบาลจังหวัดกับโรงพยาบาลชุมชน การส่งเสริมให้ประชาชนนำยามาที่โรงพยาบาลทุกครั้ง ทั้งจากโรงพยาบาลที่มา โรงพยาบาลอื่นๆ หรือแม้แต่ยาที่ได้มาจากแหล่งอื่นๆ เป็นต้น

3.การเชื่อมโยงการร่วมจ่ายของโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้ากับนโยบายควบคุมการใช้ยา เช่น การร่วมจ่ายตามจำนวนรายการยาที่สั่ง เหมือนในประเทศอังกฤษ สำหรับรายที่มีฐานะยากจน ควรจัดมีการอนุเคราะห์ หรือช่วยจ่ายจากกองทุนของท้องถิ่น หรือชุมชน เป็นต้น

4.การควบคุมการจำหน่ายยาให้มีความปลอดภัย มีมาตรการทางกฎหมายที่จริงจังมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความตระหนักด้วยสื่อสาธาณะที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น แทนการตรวจจับเป็นฤดูกาล ตามระบบราชการเดิมๆ เท่านั้น ต่อยอดด้วยยุทธศาสตร์ด้านกำลังคนในการกระจายร้านยาที่มีคุณภาพไปสู่ชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อให้มีระบบยาในชุมชนที่ปลอดภัย จนสามารถทัดเทียมอารยประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต และการปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตยาให้มีรูปแบบยาที่เป็นมาตรฐาน สะดวกต่อการระบุชนิดของยามากขึ้น แทนการผลิตรูปแบบยาที่หลากหลายเพียงเพื่อเหตุผลทางการตลาด และมุ่งแสวงหาผลกำไรของผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

5.การส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และจิตสาธารณะให้สมดุลกับค่านิยมแบบทุนนิยม การนำยามาคืนแบบสมัครใจ เพื่อเป็นการทำความดี ทำบุญ สามารถนำยามาหมุนเวียนให้ผู้อื่นได้นำไปใช้ ช่วยลดรายจ่าย เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ดังนั้น โครงการยาเก่าแลกไข่ใหม่ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

ควรมีกำหนดนโยบายและมาตรการที่เป็นรูปธรรม จริงจัง ต่อเนื่องด้านยา เวชภัณฑ์ เพื่อการแก้ไขที่สาเหตุอย่างบูรณาการ เพื่อสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยามากขึ้นต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน