
รายงานพิเศษ : ดัชนีชี้วัดคุณภาพเเกนนำเสื้อเเดง
การดึงมวลชนให้มาอยู่ร่วมกันมากมายต่อเนื่องเพื่อนำไปเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย “อุดมการณ์ ศรัทธา ความเชื่อมั่น” ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาสั่งสมนานพอสมควร
การดึงมวลชนให้มาอยู่ร่วมกันมากมายต่อเนื่องเพื่อนำไปเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย “อุดมการณ์ ศรัทธา ความเชื่อมั่น” ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาสั่งสมนานพอสมควร
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ในสถานการณ์ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านมาถึง 5 วัน คำโฆษณาชวนเชื่อ ปลุกระดมมวลชนให้เกิดความคลั่งไคล้ เคลิบเคลิ้ม ส่งผ่านมาจากแกนนำสูงสุดคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงมาถึงแกนนำระดับล่าง อย่าง วีระ มุสิกพงษ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และอีกหลายคน แต่หลักๆ ไม่หนีบุคคลที่มีชื่อปรากฎ
หากจะทดสอบระดับคุณภาพของแกนนำ จัดอยู่ในชั้นพรีเมียร์ลีก หรือ แกนนำสมัครเล่น ตกต่ำไปถึง แกนนำแหกตาไร้อุดมการณ์ พิสูจน์ได้ไม่ยากจากพฤติการณ์ที่ผ่านมา
เอาแค่คำพูด ให้ข้อมูลว่าเท็จจริงหรือไม่สามารถวัดได้ระดับหนึ่งแล้ว
ช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ แกนนำสูงสุดปลุกเร้า ถ้ามีเสียงปืนลั่นจะกลับมานำทัพพี่น้องประชาชน แต่เมื่อมีการสลายการชุมนุมและมีเสียงปืนลั่นตามที่แกนนำเอาไปโฆษณาว่าเป็นเสียงปืนจากกระสุนจริง แถมบอกว่ามีคนตายด้วย แต่ถึงที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับมานำทัพประชาชน ข้อพิจารณา… เชื่อไม่ได้
มาถึงปัจจุบัน แกนนำระดับล่าง จตุพร บอกว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะมีมวลชนมา 1 ล้านคน เต็มถนนราชดำเนินล้นทะลักไปถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ท้องสนามหลวงจุแทบไม่พอ แต่ถึงวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเป็นวันยอดผู้ชุมนุมสูงสุด ข้อมูลของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และฝ่ายรัฐบาล สรุปออกมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกันประมาณไม่เกินแสนคน แต่ถ้าใช้วิธีวิทยาศาสตร์ คำนวณกันจริงๆ ผลออกมาอาจจะอยู่ในระดับ 5-6 หมื่นคนด้วยซ้ำ แต่เอาข้อมูลแบบเต็มๆไว้ก่อน 1 แสนคน นำมาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ 60 กว่าล้านคน ผลออกมายังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ คำถามนี่คือ เสียงส่วนใหญ่ของประเทศหรือ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณแค่ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ จตุพรก็ยังคงประกาศต่อหน้ามวลชน “มีคนเป็นล้านคน เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ” ก่อนหน้านี้ จตุพรบอกไว้เมื่อวันที่ 12 มี.ค. สามารถเผด็จศึกรัฐบาลได้ภายใน 5 วัน แต่ผ่านมาถึงวันนี้ ( 17 มี.ค.) ปาเข้าไป 6 วัน รัฐบาลไม่ถูกเผด็จศึก ข้อพิจารณา …เชื่อไม่ได้
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวเหมือนกับแกนนำรายอื่น เมื่อรัฐบาลยุบสภาเป็นชัยชนะของคนเสื้อแดง กระทั่งวันนำมวลชนบุกกรมทหารราบที่ 11 บอกจะให้เวลารัฐบาลถึงเที่ยงวันที่ 15 มี.ค. ต้องยุบสภา แต่เวลาเที่ยงวันผ่านไป รัฐบาลไม่ยุบสภา ปรากฏว่าณัฐวุฒิทำได้ ด้วยการกล่าวเสียงดังลั่น “ เป็นชัยชนะของเสื้อแดง” ทั้งที่ณัฐวุฒิคนเดียวกันนี้ เคยให้ความหมายชัยชนะของเสื้อแดง คือรัฐบาลยุบสภา
ตกลง รัฐบาลจะยุบหรือไม่ยุบสภา แกนนำเล่นบทกินรวบเป็นชัยชนะทุกประการ ข้อพิจารณา … เชื่อไม่ได้
ณัฐวุฒิ อีกเช่นกัน ประกาศบนเวทีรถหกล้อเคลื่อนที่ วันเดียวกัน ด้วยการประกาศยกระดับการต่อสู้รัฐบาลให้ประชาชนบริจาคเลือด 3 ล้านซีซีบัตร เพื่อนำไปเทตามสถานที่ต่างๆที่เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้
แต่เอาเข้าจริง นพ.เหวง โตจิรการ ออกมายอมรับได้แค่ 3 แสนซีซีบัตร อีก 2.7 ล้านซีซีบัตร ดูเหมือน แกนนำปิดปากเงียบไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้ว ข้อพิจารณา… เชื่อไม่ได้
ยังไม่ต้องนับรวมข้อมูลนำขึ้นปราศรัยบนเวทีที่สุ่มเสียงผิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งที่มีการพิสูจน์ว่าเป็นข้อมูลเท็จแต่แกนนำก็ยังนำมาปราศรัยอ้างหัวชนฝาอยู่เช่นนั้น อาทิ มีคนตาย ในเดือนเมษาปีที่แล้ว ป่านนี้ยังไม่มีการนำศพมายืนยัน มีการนำคลิปเสียงว่านายกฯอภิสิทธิ์สั่งทำร้ายประชาชน ทั้งที่พิสูจน์แล้วเป็นคลิปตัดต่อ ยังไม่ต้องนับรวมการกล่าวหาพาดพิงล่วงละเมิดสถาบันระดับสูงอย่างน่าวิตก ข้อพิจารณา… เชื่อไม่ได้ และจะถูกดำเนินคดี !!!
บทสรุปการเรียนรู้ความจริงจากแกนนำเหล่านี้ ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ น่าจะอยู่ในระดับ 0.001 เปอร์เซ็นต์ อีก 99 เปอร์เซ็นต์ไม่เป็นความจริง หรือแทบจะค้นหาความจริงไม่เจอ
เมื่อนำมาวัดระดับคุณภาพแกนนำน่าจึงอยู่ในขั้น ”ด้อยคุณภาพ”
สภาพการณ์เช่นนี้น่าเป็นห่วงต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว เปรียบได้ดั่งนิทานอีสป “เด็กเลี้ยงแกะ” โกหกครั้งแรกยังมีคนเชื่อ แต่โกหกครั้งต่อๆไป ผู้คนเอือมระอา หลีกหนีหดหาย







