
ทีดีอาร์ไอหนุนรถไฟเร็วสูง
เชื่อมต่อเพื่อนบ้านเพิ่มการค้าเสนอรัฐเปิดร่วมทุนเอกชน
เชื่อมต่อเพื่อนบ้านเพิ่มการค้าเสนอรัฐเปิดร่วมทุนเอกชน
ทีดีอาร์ไอหนุนรถไฟความเร็วสูงช่วยเพิ่มมูลค่าการค้ากับเพื่อนบ้าน
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวในการสัมมนาโครงการวิจัยการใช้ประโยชน์จากระบบรถไฟที่เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค ว่าไทยมีศักยภาพที่เหมาะสมในด้านความเป็นศูนย์กลางที่สำคัญทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สามารถเป็นทางออกสู่ทะเลให้กับประเทศลาวและมณฑลจีนตอนใต้ โดยอาศัยไทยเป็นช่องทางผ่านไปท่าเรือแหลมฉบัง และไปท่าเรือหลักที่ประเทศสิงคโปร์
ทั้งนี้ ผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอ พบว่า หากมีการลงทุนก่อสร้างแล้ว จะทำให้การค้าระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านผ่านการขนส่งทางบกมีแนวโน้มสูงขึ้น จากการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยจะพบว่าการค้าระหว่างไทยลาวจะมีสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะด่านหนองคาย มีแนวโน้มที่การค้าจะสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท ในปี 2556
นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมด่านเชียงแสนมาจากจีนตอนใต้ มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ในปี 2564 ขณะเดียวกันจะกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผลการศึกษาจากเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 ล้านคนต่อปี หากมีการนำโครงการระบบรถไฟความเร็วสูงมาใช้ในเส้นทางกรุงเทพฯเชียงใหม่ จะสามารถแบ่งสัดส่วนจำนวนผู้โดยสารจากการเดินทางรูปแบบอื่นๆ ได้ถึง 32.08% รวมถึงต้นทุนการขนส่งจะลดลง 1020% ในปี 2564
รัฐบาลไทยมีแนวคิดจะสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯเชียงใหม่ 745 กิโลเมตร มูลค่า 2.29 แสนล้านบาท กรุงเทพฯหนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร มูลค่า 2.01 แสนล้านบาท กรุงเทพฯระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร มูลค่า 7.2 หมื่นล้านบาท และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กิโลเมตร มูลค่า 2.97 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การลงทุนก่อสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงจะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก อาจลงทุนในรูปแบบ เปิดให้เอกชนมาลงทุนกับรัฐบาล







