
นพดลซัดขุนค้อนเลิกยุถอนปรองดอง
"นพดล" ปราม "ขุนค้อน" เลิกยุถอนร่างปรองดอง ชี้ทำเกินหน้าที่ เเนะควรเป็นกลาง ยันทิศทางแก้รธน.ชัดก่อนเปิดประชุมสภา
"นพดล" ปราม "ขุนค้อน" เลิกยุถอนร่างปรองดอง ชี้ทำเกินหน้าที่ เเนะควรเป็นกลาง ยันทิศทางแก้รธน.ชัดก่อนเปิดประชุมสภา
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การถอนหรือไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติออกจากวาระการพิจารณาของรัฐสภาเป็นเรื่องของผู้ที่ยื่นเสนอร่าง กฎหมาย ดังนั้นไม่ใช่หน้าที่ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่จะไปคุยกับบุคคลอื่นให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองออกไป แต่ควรทำหน้าที่เป็นกลางและทำเฉพาะในส่วนที่เป็นหน้าที่ของตนเองเท่านั้น
นายนพดล กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไม่ใช่ระเบิดเวลาดังนั้นยืนยันว่าจะไม่มีการถอนออกจากสภาแน่นอน เนื่องจากหากยังคงอยู่ในวาระการพิจารณาก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด โดยระหว่างที่เรื่องยังค้างอยู่รัฐบาลควรจะดำเนินการสานเสวนาและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เมื่อตกผลึกแล้วก็สามารถนำมาพิจารณาได้
อย่างไรก็ตามยังเคารพในความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เสนอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง แต่วันนี้ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยก็ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพื่อให้การเมืองนิ่งเช่นกันเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลเอง จึงพยายามจะไม่กระทำการใดที่จุดชนวนความขัดแย้งขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามมองว่าการคาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองไว้ไม่ได้ก่อให้เกิดความแตกแยก และหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยก็สามารถแปรญัตติได้เมื่อมีการหยิบร่างขึ้นมาพิจารณา
นายนพดล กล่าวอีกว่า วันนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยจะหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนก่อนเปิดประชุมสภาในวันที่ 1 ส.ค.โดยขณะนี้เหลืออยู่เพียง 2 แนวทาง คือ จัดทำประชามติก่อนลงมติในวาระ 3 หรือ ระหว่างการทำประชามติควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เช่น มาตรา 68 และ มาตรา 237 เป็นต้น และจะนำข้อสรุปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในงานเลี้ยงที่ รร.มิราเคิลแกรนด์ เวลา 18.00 น.
“แนวทางของพรรคไม่ควรล่าช้าออกไปอีก เพราะคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างเป็นทางการแล้วประกอบกับได้มีการประชุมร่วมกันในสัมมนาพรรคเพื่อไทยแล้วในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามยืนยันไม่ว่าจะแก้ไขมาตราใดหรือแก้ทั้งฉบับ หลักการสำคัญ คือ ต้องรักษาดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการไว้ให้ได้ ไม่ให้อำนาจใดมีการแทรกแซงระหว่างกัน เปรียบเสมือนหากนิ้วเท้ามี 3 นิ้วถ้าอีก 2 นิ้วมาขบอีกนิ้วทำให้เดินลำบาก”นายนพดลกล่าว
นายนพดล กล่าวว่า ตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาสะท้อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้บงการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากสามารถบงการได้จริงท่าทีของพรรคคงได้ข้อสรุปตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 26 ก.ค.และการวิดิโอลิงก์เข้ามาที่สัมมนาพรรคเพื่อไทยแล้ว ดังนั้นยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกกำหนดทิศทางโดยพรรคเพื่อไทยเท่านั้น







