posttoday
'ทักษิณ'ขอวีซ่าสี่เสากลับบ้าน ปปช.ฟันสุพจน์-สุเทพอ่วม

'ทักษิณ'ขอวีซ่าสี่เสากลับบ้าน ปปช.ฟันสุพจน์-สุเทพอ่วม

29 กรกฎาคม 2555

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในงานวันคล้ายวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครบ 63 ปี

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในงานวันคล้ายวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครบ 63 ปี

ซึ่งบรรยากาศดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งงานที่โรงแรม เดอะ มิรา เกาะฮ่องกง ซึ่งมี สส.แกนนำพรรคเพื่อไทย ข้าราชการระดับสูง ตลอดจนคนใกล้ชิดตบเท้าเข้าร่วมอวยพรวันเกิดอย่างชื่นมื่น

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อแขกเหรื่อในงานว่า มีวีซ่าเข้าได้ทุกประเทศ แต่เข้าประเทศไทยไม่รู้จะไปยื่นกับใคร มีคนบอกให้ไปยื่นที่บ้านสี่เสาเทเวศร์แต่ไม่รู้ว่าจะรับหรือไม่ รู้จักกับ ผบ.ตร. รู้จักกับนายกฯ รู้จัก รมว.ต่างประเทศ แต่ไม่รู้จะไปยื่นขอวีซ่ากับใครหรือจะต้องไปยื่นขอกับประชาชนให้ประชาชนทุกสีแดง สีเหลือง สีชมพู ประทับวีซ่าให้กลับเข้าประเทศ ซึ่งต้องการจะกลับมาทำให้เกิดความสมานฉันท์

ขณะที่แฟนคลับในประเทศไทยที่ไม่มีโอกาสไปร่วมงานวันเกิดที่ฮ่องกง ก็รวมตัวกันจัดงานในหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ พะเยา ลำปาง กาฬสินธุ์ อุดรธานี ฯลฯ โดยเวทีใหญ่อยู่ที่วัดแก้วฟ้า ภายในชื่องาน “63 ปี คนดีชนะมาร” มีพิธีบวงสรวงสืบชะตาต่ออายุ

ส่วนที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีการจัดงานเปิดห้องสมุด ทักษิณ ชินวัตร เนื่องในวันเกิด โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธานในพิธีเปิด ไฮไลต์งานนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สไกป์มาจากเกาะฮ่องกง ร่วมกล่าวเปิดงาน โดยเนื้อหานอกจากเชิญชวนให้ สส.พรรคได้เข้ามาอ่านหนังสือของตัวเองในห้องสมุดก็ยังย้ำถึงความต้องการอยากกลับบ้าน

“ตอนนี้ได้วีซ่าเข้าได้ทุกประเทศทั่วโลก เหลือแต่ประเทศไทยไม่รู้ว่าใครจะออกวีซ่าให้ เลยยังไม่ได้เข้าประเทศ”

'ทักษิณ'ขอวีซ่าสี่เสากลับบ้าน ปปช.ฟันสุพจน์-สุเทพอ่วม

 

สอดรับกับความเคลื่อนไหวในประเทศเวลานี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยกำลังเตรียมความพร้อมก่อนเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ไล่มาตั้งแต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคงไม่เดินหน้าลงมติวาระ 3 เพราะอาจมีผู้ไปยื่นเรื่องร้องศาลรัฐธรรมนูญปัญหาก็จะวนมาที่จุดเดิม

ส่วนแนวทางการทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเป็นห่วงว่าอาจมีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 วรรค 4 ได้ระบุถึงข้อห้ามการทำประชามติว่า ห้ามทำในเรื่องที่ขัดแย้งกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หรือในเรื่องตัวบุคคล คณะบุคคล ดังนั้น หากรัฐบาลทำประชามติก็จะมีผู้ไปร้องว่า ขัดมาตรา 165 วรรค 4 ได้

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า แนวทางแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่เป็นอุปสรรคก่อน เช่น มาตรา 68 โดยระบุให้ชัดเจนว่ากำหนดเวลาให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยกี่วันก่อนยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ห้ามผู้ทราบการกระทำยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่การแก้ไขรายมาตรานั้นกระบวนการต้องใช้ระยะเวลานานมาก ดูได้จากการแก้ไขเพียงมาตราเดียวที่ผ่านมามีผู้แปรญัตติกว่าร้อยคน ประกอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละมาตรานั้นมีความเกี่ยวโยงกับมาตราอื่นในรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นควรแก้เป็นพลวัตคือแก้ทั้งฉบับจะดำเนินการง่ายกว่าและเป็นไปตามนโยบายที่พรรคเคยแถลง

ส่วนทิศทางการเดินหน้า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ นายอุดมเดช รัตนเพียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดประชุมสภา วันที่ 1 ส.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของสมัยประชุม จะไม่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ แต่จะนำร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการรวม 10 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณาก่อน

ส่วนหนึ่งเพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เห็นว่าไม่สมควรที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ เพราะไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลและเจ้าของร่างทั้งสี่คนว่าจะทำอย่างไร

อีกความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือศาลอาญาพิพากษาจำคุก พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา ในฐานะอดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายพูลทรัพย์ ปิยะอนันต์ อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นเวลา 2 ปี และนายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะอดีตเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน จำคุก 1 ปี 4 เดือน จากที่ทั้งสามร่วมกันให้ความเห็นชอบร่างระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการและค่าตอบแทนบุคคลเพื่อรับเงินค่าตอบแทนโดยได้เพิ่มค่าตอบแทนลักษณะเหมาจ่ายเดือนละ 2 หมื่นบาท ให้กับตัวเองซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ออกโดยมิชอบ

ทั้งนี้ ศาลเห็นว่าเงินค่าตอบแทนที่แม้จะเรียกว่าค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่เหมาจ่ายรายเดือน แต่สาระสำคัญแห่งการได้เงินมามีลักษณะมั่นคงแน่นอนเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งการจะขึ้นเงินเดือนแนวทางนี้ ต้องผ่านที่ประชุมรัฐสภาเพื่อออกเป็นกฎหมาย การขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ส่วนตน จึงต้องมีมโนธรรมเข้ามากำกับอย่างยิ่งยวด จะใช้มาตรฐานความรู้สึกนึกคิดเช่นคนทั่วไปไม่ได้

จากคำตัดสินของศาลทำให้ พล.อ.ธีรเดช พ้นจากตำแหน่งประธานวุฒิสภาโดยทันที และเตรียมเรียกประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานคนใหม่ โดยตัวเต็งเวลานี้ คือ นายนิคม ไวยรัชพานิช สว.ฉะเชิงเทรา ในฐานะรองประธานวุฒิสภา ที่ประกาศพร้อมลาออกจากตำแหน่งรองประธานฯ เพื่อมาชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดยมีเสียงสนับสนุนจาก สว.สายเลือกตั้ง ที่ต้องการผลักดันให้ สว.สายเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาหลังจาก สว.สรรหาขึ้นมาทำหน้าที่ถึง 2 ครั้งแล้ว

นอกจากนี้ แคนดิเดตที่น่าจับตา นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี ซึ่งที่ผ่านมารับหน้าที่ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมไปถึง นายพิเชต สุนทรพิพิธ สว.สรรหา อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติสำคัญถึงสองเรื่อง เรื่องแรกมีมติเอกฉันท์ว่า นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ร่ำรวยผิดปกติ และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 64.7 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ จากที่ ป.ป.ช.ให้นายสุพจน์ชี้แจงถึงการได้มาของทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งไต่สวนพยานที่นายสุพจน์กล่าวอ้าง นายสุพจน์มีรายได้จากทางราชการตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงปี 2544 จำนวน 4.98 ล้านบาท และมีรายได้จากการทำงานล่วงเวลากับบริษัทเอกชนระหว่างปี 2525 จนถึงปี 2541 เป็นเงิน 9.6 ล้านบาท และมีรายได้จากงานพิเศษออกแบบ 1 ล้านบาท และรายได้เงินกู้จากธนาคาร 5.5 ล้านบาท รวม 21.08 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่านายสุพจน์มีรายได้ไม่สัมพันธ์กับมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 64.79 ล้านบาท

จากนั้น นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการคดีพิเศษและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า ขณะนี้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด รอสำนวนพยานหลักฐานจาก ป.ป.ช. จากนั้นจะแต่งตั้งคณะทำงานอัยการมาพิจารณาตรวจสอบสำนวนดังกล่าว ก่อนจะสรุปความเห็นเสนอให้นายจุลสิงห์เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองและชี้ขาดในการยื่นฟ้อง

อีกเรื่องส่งท้ายจาก ป.ป.ช.นั่นคือการลงมติ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีได้กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 และ 266 (1) ว่าด้วยการห้ามไม่ให้ สส.ใช้ตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ตนเอง หลังจากนายสุเทพได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรม ให้ 19 สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปช่วยราชการ ซึ่งตามขั้นตอนจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งหนังสือถึงประธาน สว.ให้ดำเนินการลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อไป ขณะที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับนายสุเทพทำหนังสือถึง รมว.วัฒนธรรม จริง แต่ รมว.วัฒนธรรม ก็ปฏิเสธและทำเรื่องส่งคืนแล้ว ทั้งนี้ก็จะขอชี้แจงในชั้น สว.ต่อไป ส่วนการถอดถอนนายสุเทพนั้นต้องใช้เสียง 3 ใน 5 หรือ 90 คน จึงจะสามารถดำเนินการได้

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69