posttoday
ส่องผลเลือกตั้ง"ทำไมพท.ผวาประชามติ?"

ส่องผลเลือกตั้ง"ทำไมพท.ผวาประชามติ?"

26 กรกฎาคม 2555

ประเด็นที่ “เพื่อไทย” ยังเป็นห่วงคือเสียงที่เคยสนับสนุนพรรคจะยังยืนสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยหรือไม่

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

“ประชามติ” กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญหากรัฐบาลยังดึงดันจะเดินหน้าลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เมื่อเนื้อหาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตีกรอบเอาไว้ชัดว่า ควรทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือไม่ก็กลับไปแก้ไขแบบรายมาตราโดยรัฐสภา

ล่าสุดสัญญาณจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยค่อนข้างชัดไม่เอาการทำประชามติแล้ว

ประการแรก รัฐธรรมนูญมาตรา 165 วรรค 4 ระบุว่า “การจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลจะกระทำมิได้”

ดังนั้น หากทำประชามติว่าในหัวข้อเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ ย่อมมีเสียงค้านและอาจนำไปสู่การยื่นเรื่องให้ตีความว่าขัดมาตรา 165 หรือไม่

ประการที่สอง “คะแนนเสียง” ซึ่งเวลานี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า การชี้ขาดผลประชามตินั้นวัดกันอย่างไร เมื่อ มาตรา 165 ระบุว่า การออกเสียงประชามติตาม (1) หรือ (2) อาจจัดให้เป็นการออกเสียงเพื่อมีข้อยุติโดยเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

พรรคเพื่อไทย อธิบายว่า ถ้าเป็นแนวนี้ต้องได้เสียงข้างมากกว่า 23.35 ล้านเสียง จาก 46.7 ล้านคน ถึงจะผ่านประชามติเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญได้

ส่องผลเลือกตั้ง"ทำไมพท.ผวาประชามติ?"

นอกจากอ้างอิงมาตรา 165 รัฐธรรมนูญแล้ว ยังต้องตีความผลประชามติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2552 มาตรา 9 ที่ระบุว่า การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติ ต้องมีผู้มาออกเสียงเป็นจำนวนเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามติ

“สดศรี สัตยธรรม” กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อธิบายว่า ส่วนแรกต้องมีผู้มาลงมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง สมมติมีผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 45 ล้านเสียง ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเกิน 22.5 ล้านเสียง จากนั้นจึงมาดูในส่วนที่สอง ที่สมมติมีผู้มาลงประชามติ 22.5 ล้านคน เสียงชี้ขาดจะต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาออกเสียง คือ 11.25 เสียง

ทั้งนี้ หากเทียบเคียงจากคะแนนเสียงเลือกตั้ง 5 ก.ค. 2554 ขณะนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46.7 ล้านเสียง หากตีความแบบแรกคือยึดตามมาตรา 165 รัฐธรรมนูญ จะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ดังนั้นหากประชามติจะผ่านความเห็นชอบจะต้องได้รับเสียงอย่างน้อย 23.35 ล้านเสียง

ซึ่งหากดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย มีคะแนน 15.7 ล้านเสียง หากทุกเสียงโหวตเห็นด้วยกับการทำประชามติรวมกับพรรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ อีกประมาณ 4.6 ล้านเสียง รวมแล้วยังอยู่แค่ 20.3 ล้านเสียง ไม่ถึง 23.35 ล้านเสียง

รวมทั้งหากย้อนไปดูคะแนนเลือกตั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ และระบบสัดส่วนเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชนได้ 12.3 ล้านเสียง หรือช่วงที่พรรคไทยรักไทยยุครุ่งเรืองได้ 18.9 ล้านเสียง ก็ไม่พอสำหรับเสียงประชามติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่หากยึดตามที่ “สดศรี” อธิบายโดยยึด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฯ แค่มีผู้มาลงประชามติเกิน เกิน 23.35 ล้านเสียง ก็ถือว่าผ่านเปลาะแรก ส่วนเปลาะที่สองหากเทียบตามจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 5 ก.ค. 2554 จำนวน 32.5 ล้านเสียง หากมีคนลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะต้องใช้เสียงประมาณเกิน 16.25 ล้านเสียง

ถ้าเป็นกรณีนี้แค่เสียงที่สนับสนุนเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา 15.7 ล้านเสียงกับพรรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ 4.6 ล้านเสียง ก็สามารถผ่านประชามติได้ไม่ยาก

ทว่าประเด็นที่ “เพื่อไทย” ยังเป็นห่วงเวลานี้คือเสียงที่เคยสนับสนุน “เพื่อไทย” จะยังยืนสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยหรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเดินหน้าประชามติ เบิกทางแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต่อไป

ส่องผลเลือกตั้ง"ทำไมพท.ผวาประชามติ?"

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เวียดนาม พบ ไทย  ชิงแชมป์อาเซียน 2026 วันนี้ 26 ส.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เวียดนาม พบ ไทย ชิงแชมป์อาเซียน 2026 วันนี้ 26 ส.ค.69