
รัฐบาลต้องโปร่งใส
การระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดโดยกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ว่าอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เสียหายจำนวนมากจากการดำเนินการระบายข้าวในทางลับ
การระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดโดยกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ว่าอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เสียหายจำนวนมากจากการดำเนินการระบายข้าวในทางลับ
แต่ดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลกลับพยายามปกปิดข้อมูลการระบายข้าวไว้เป็นความลับ ไม่ให้ประชาชนหรือแม้แต่คนในวงการค้าข้าวรับรู้แม้แต่น้อย ตั้งแต่ชื่อลูกค้าและราคาข้าวสารที่ระบายในแต่ละครั้ง
แม้เจตนาของกระทรวงพาณิชย์ในการระบายข้าวลับ ไม่เปิดเผยปริมาณและราคา เพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อราคาข้าวสารในตลาด ทั้งๆ ที่คนในวงการค้าข้าวก็ทราบกันดีอยู่ว่ามีการระบายข้าวให้พ่อค้ากลุ่มใด ในปริมาณและราคาเท่าใด สะท้อนได้จากราคาข้าวเปลือกนอกโครงการรับจำนำที่ไม่เพิ่มขึ้น เพราะมีข้าวจากสต๊อกรัฐบาลไหลออกมา
แต่กระทรวงพาณิชย์ยังจงใจที่จะระบายข้าวสารโดยวิธีการลับ เรียกพ่อค้าที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองมาเจรจาต่อรองราคากันเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้ว่าตกลงราคากันเท่าไหร่ ทำให้เกิดข้อกังขาและข้อครหาว่ามีการเรียกเงินใต้โต๊ะหรือไม่อย่างไร
นี่จึงเป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลจะต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่า การระบายข้าวที่รับจำนำมาในราคาที่สูงนั้นคุ้มค่าหรือมีความเสียหายต่อรัฐในจำนวนมากน้อยแค่ไหน
เพราะข้าวที่เก็บไว้ในสต๊อกของรัฐที่ได้มา ต้องถือว่าเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนไปซื้อเข้ามาเกือบ 2.7 แสนล้านบาท จึงต้องถือว่าเป็นทรัพย์สินของประชาชนด้วยเช่นกัน
การรัฐบาลปล่อยให้คนบางกลุ่ม บางพวก แสวงหาผลประโยชน์อันมิควร โดยเฉพาะการขายทรัพย์สินในรูปของข้าวสารที่มีมูลค่านับหมื่นนับแสนล้านออกไป โดยที่คนไทยไม่มีสิทธิรับรู้นั้นย่อมไม่ถูกหลักการจัดการภาครัฐที่ดี
หากรัฐบาลเห็นว่า การเจรจาระบายข้าวในสต๊อกในทางลับเป็นเรื่องจำเป็น เพราะมีความอ่อนไหวในเรื่องราคาก็สามารถทำได้ในกระบวนการจัดการที่ต้องมีความรัดกุมและตรวจสอบได้
ถึงกระนั้นกระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้าและกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ ก็ต้องชี้แจงให้สังคมได้กระจ่างว่าที่ผ่านมามีการระบายข้าวให้ใครบ้าง ทั้งในรูปแบบการประมูลซื้อ การขายแบบลับ และการขายแบบรัฐต่อรัฐ โดยต้องเปิดเผยทั้งปริมาณและราคาให้คนไทยได้รับทราบในภายหลังการระบายข้าวก็ได้
เพราะข้าวสารในสต๊อกในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไม่ใช่สมบัติของนักการเมือง หรือของใคร ที่จะจัดการได้โดยไม่สนใจผลลัพธ์ แต่มันคือสมบัติของคนไทยทั้งชาติ







