posttoday
"อดุลย์" บู๊-บุ๋น ครบเครื่องเสริมแกร่งปู

"อดุลย์" บู๊-บุ๋น ครบเครื่องเสริมแกร่งปู

18 กรกฎาคม 2555

เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) นัดประชุมเพื่อเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ แทนที่ “บิ๊กอ๊อบ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้

และชื่อของ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 29 (นรต.29) ก็อยู่ในที่ประชุม ก.ต.ช.เพียงชื่อเดียว จากนายตำรวจยศ พล.ต.อ. ที่มีคุณสมบัติพร้อมจำนวน 10 นาย ส่งผลให้ได้ผงาดนั่งเก้าอี้ใหญ่สีกากีคุมตำรวจทั้งประเทศ ด้วยคะแนนโหวตจากคณะกรรมการ ก.ต.ช. เป็นเอกฉันท์ 10 ต่อ 0 เสียง โดยไม่มีใครคัดค้าน ก่อนจะได้นั่งเต็มตัวทำงานในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เป็น ผบ.ตร. คนที่ 9 ของประเทศไทย พร้อมกับสิทธิในการจัดทำโผนายพลตำรวจที่จะต้องให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค. ตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

เส้นทางของ พล.ต.อ.อดุลย์ ปัจจุบันอายุ 58 ปี เป็นชาว จ.นครพนม จบการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 29 รับราชการในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

ก่อนจะได้เติบโตในสายงานเรื่อยมา จนได้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในปี 2545 จากนั้นได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ต่อด้วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ. 9) และเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. กระทั่งดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. เมื่อปี 2553 ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการ ป.ป.ส. จนขึ้นสูงสุดได้รับเลือกเป็น ผบ.ตร.คนใหม่

ย้อนกลับไปดูก่อนการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ถึงแม้จะมี พล.ต.อ. ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาในตำแหน่ง “ผบ.ตร.” ถึง 10 นาย แต่แคนดิเดตตัวจริงแล้วมีชื่อเพียงสองคนเท่านั้น คือ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ที่คั่วเก้าอี้ ผบ.ตร. เช่นกันในฐานะที่เป็นอาวุโสอันดับ 1 และ พล.ต.อ.อดุลย์ รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 3 เนื่องจากนายตำรวจใหญ่ทั้งสองนายข้างต้น ผลงานพอเป็นที่ประจักษ์ในการทำงานรับใช้รัฐบาลได้เป็นอย่างดี 

แต่ พล.ต.อ.ปานศิริ นรต. 28 ที่ถึงแม้จะเชี่ยวงานด้านสอบสวนเป็นอย่างดี อีกทั้งได้รับความไว้วางใจจาก ผบ.ตร. ให้ดูแลงานด้านป้องกันอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นงานของตำรวจที่ได้หน้าได้ตา เหมือนกลายๆ จะเปิดตัวให้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ก็ว่าได้ ซึ่งวงในก็ทำนายกันไว้แล้ว ว่าถึงอย่างไร พล.ต.อ.ปานศิริ ก็ต้องได้นั่ง ผบ.ตร. แม้จะมีอายุราชการเหลืออีกแค่ 1 ปีก็ตาม จากนั้นค่อยถึงคราวของ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ มานั่งในเก้าอี้ใหญ่ปทุมวันบ้าง

"อดุลย์" บู๊-บุ๋น ครบเครื่องเสริมแกร่งปู

สุดท้ายก็ผิดคาด กอปรกับช่วงระยะหลังผลงานของ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ ค่อนข้างจะเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับงานด้านปราบปรามยาเสพติด ที่ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ภาพของรัฐบาลก็ดีมากขึ้นในเรื่องปราบยาเสพติด ส่งผลทำให้ภาพของพล.ต.อ.อดุลย์ ดูดีกว่า พล.ต.อ.ปานศิริ อีกทั้งในเรื่องงานควบคุมฝูงชน ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้รับมอบจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ โดยตรง ก็ยิ่งทำให้ “แวว” ของ ผบ.ตร.เด่นชัดมากยิ่งขึ้น รวมถึงอายุราชการก็ยังเหลืออีก 2 ปี สามารถทำงานกับรัฐบาลได้สบาย

ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวมาที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ให้พร้อมจะขึ้นไปนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. แต่ติดตรงที่ลำดับอาวุโส ซึ่งที่ผ่านมาธรรมเนียมของรั้วปทุมวัน การแต่งตั้ง ผบ.ตร. จะต้องนำเรื่องอาวุโสเข้ามาเป็นเกณฑ์หลักพิจารณา แม้ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 51 ระบุถึงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ว่า “ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก” ก็หมายถึงนายตำรวจยศ พล.ต.อ.เท่านั้น ไม่มีเรื่องอาวุโสมาเกี่ยวข้องด้วย

แต่ธรรมเนียมปฏิบัติก็ใช่ว่าจะต้องทำตาม ซึ่งที่ผ่านมาอาวุโสลำดับที่ 1 จะได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. รวมถึง “บิ๊กอ๊อบ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ก่อนที่จะได้มานั่งตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็เคยโวยวายเรื่องอาวุโส ที่รัฐบาลชุดของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อาวุโสลำดับ 4 เป็น ผบ.ตร. ทำให้ตัวเองถูกมองข้ามไป ทั้งที่เป็นอาวุโสลำดับที่ 1 แต่ก็มาสมหวังในยุครัฐบาลของยิ่งลักษณ์ และสุดท้าย “ความอาวุโส” ก็ไม่ได้มีผลต่อรั้วปทุมวันอีกต่อไปในรัฐบาลชุดนี้

จะอย่างไรก็ตาม ชื่อชั้นฝีมือของ “บิ๊กอู๋” ถือว่าเป็นที่ประจักษ์ในยุทธการสีกากีพอดู ผลงานที่ผ่านมาย่อมเป็นที่รับรู้ของสังคม ไล่เรียงมาตั้งแต่ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ที่ดูงานด้านจราจร ก่อนจะปราบส่วยควันดำให้อยู่หมัด จากนั้นโยกไปนั่งตำแหน่ง ผบช.ภ.3 ต่อด้วย ผบช.ภ.9 ดูงาน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในยุคทักษิณ 1 ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดูดีขึ้นมาเป็นกอง ที่สำคัญ “บิ๊กอู๋” ยังเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทำให้การทำงานของตำรวจแต่ละหน่วยที่ต้องลงไปอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ก่อนที่จะเข้ามารั้วปทุมวันในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ไต่เต้าขึ้นมาตามกระแสการเมือง กระทั่งล่าสุดในตำแหน่ง ผบ.ตร. ควบด้วยเลขาธิการ ป.ป.ส. ที่ดูงานยาเสพติดโดยตรง เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และก้าวขึ้นสู่ ผบ.ตร.ในที่สุด

แน่นอนว่าประสบการณ์ผ่านงานใหญ่มาอย่างโชกโชน “บิ๊กอู๋” ย่อมไม่ธรรมดา อีกทั้งด้วยสายตรง “คนไกล” เป็นแรงหนุน กอปรกับใครก็ตามที่มานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส.แล้ว เมื่อลุกจากเก้าอี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ย่อมจัดให้อย่างงดงาม เช่น พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ เป็นต้น อีกทั้งด้วยสถานการณ์การเมืองที่เริ่มจะคุกรุ่นมีไฟมาเรื่อยๆ การควบคุมฝูงชนจากประสบการณ์ของ “บิ๊กอู๋” รัฐบาลต้องการอย่างแน่นอน สองปีข้างหน้านี้ในห้วงเวลาที่นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ย่อมจะสบายใจไปด้วยกับการดูแลฝูงชนการเมือง

จากนี้ต่อไปต้องคอยดูว่ารัฐบาลของยิ่งลักษณ์ จะจัดการ “เยียวยา” หรือไม่ดูดำดูดีกับ พล.ต.อ.ปานศิริ อย่างไร เพราะในฐานะอาวุโสลำดับ1 คั่วตำแหน่ง ผบ.ตร. ลึกๆ ก็ต้องผิดหวังเป็นธรรมดา อีกทั้งที่ผ่านมา ผลงานของ พล.ต.อ.ปานศิริ เป็นมือปราบมือสอบสวนชั้นหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อยู่ไม่น้อย

หรืออาจจะให้โยกไปนั่งตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทนที่ “บิ๊กน้อย” พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เพื่อนร่วมรุ่น เพื่อเป็นการเยียวยาเช่นเดียวกับกรณีของ “บิ๊กอ๊อบ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้สมบูรณ์

รั้วสีกากีในห้วงเวลานับจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ภายใต้การควบคุมของ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ ว่าที่ ผบ.ตร. น่าจับตาดูอย่างยิ่ง แต่ที่น่าสนใจไม่ต่างกัน “อาวุโส” ในวงราชการตำรวจ อาจจะไม่มีความหมายอีกต่อไป คำว่า “ผลประโยชน์” หรือ “ความเหมาะสม” น่าจะเป็นตัวแปรหลักสำหรับเก้าอี้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69