
หน้าที่ของผบ.ตร.
มติคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวได้ว่า ไม่มีผู้ใดกังขาต่อความเหมาะสมของ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพลนี้
มติคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวได้ว่า ไม่มีผู้ใดกังขาต่อความเหมาะสมของ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งอันทรงอิทธิพลนี้
แม้จะเป็นการแต่งตั้งข้ามอาวุโสผิดไปจากธรรมเนียมปฏิบัติและผิดไปจากหลักการของรัฐบาล ที่ยกมากล่าวอ้างเมื่อครั้งนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ให้มาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ดามาพงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยอ้างว่าเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ซึ่งถูกมรสุมการเมืองหลังรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 สกัดมิให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ทั้งที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2550 แต่ด้วยความรู้ความสามารถ และผลงานที่ผ่านมาของ พล.ต.อ.อดุลย์ ทำให้ประเด็นอาวุโสถูกมองข้ามไป
การละเมิดแนวทางปฏิบัติไม่ว่าด้วยเหตุผลใด สิ่งที่ตามมาคือความเบี่ยงเบนของมาตรฐาน องค์กรตำรวจยึดหลักอาวุโสในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดมาโดยตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นในการแต่งตั้งครั้งนี้ คือการทำให้มีข้ออ้างในการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานขึ้นใหม่ ซึ่งในอนาคตหากผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งไม่มีความรู้ความสามารถและผลงานที่เด่นชัดอย่าง พล.ต.อ.อดุลย์ ประเด็นความเป็นธรรมก็อาจจะเป็นคำถามใหญ่ที่ยากจะตอบ
ดังนั้น หน้าที่สำคัญของว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ จึงมิใช่แค่ปราบปรามอาชญากรรม กวาดล้างยาเสพติด ตามที่คาดหวังกันไว้เท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คือการทำให้องค์กรตำรวจมีความเป็นธรรม เพื่อให้กำลังพลทำหน้าที่รักษาความเป็นธรรมได้อย่างสมบูรณ์
ช่วงที่ผ่านมามีหลายปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความบกพร่องด้านคุณธรรมขององค์กรตำรวจ แต่ที่เด่นชัด 2 เหตุการณ์ คือนายตำรวจระดับผู้กำกับการโรงพัก เป็นหัวหน้าขบวนการปล้นรถขนเงินเพื่อต้องการเงินมาซื้อตำแหน่ง และการทุจริตสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ
แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับกำลังพลตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย แต่ก็ทำให้ความไว้วางใจในองค์กรตำรวจเสื่อมถอยลง เพราะสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในทุกระดับ ในอดีตตำรวจระดับนายพลร้องศาลปกครองว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ตำรวจระดับหัวหน้าโรงพักปล้นหาเงินมาซื้อตำแหน่ง และหากพวกโกงสอบเข้ามาได้ ตำรวจระดับปฏิบัติที่ใกล้ชิดประชาชน ก็มีที่มาซึ่งไร้คุณธรรม
หากตำรวจยังไม่มีความเป็นธรรม แล้วสังคม ประชาชน จะได้รับความเป็นธรรมจากผู้มีหน้าที่รักษาและให้ความเป็นธรรมได้อย่างไร หน้าที่อันหนักหน่วงแต่สำคัญยิ่งของผู้นำ คือการปรับปรุงองค์กร ฟื้นคุณธรรม กอบกู้ศรัทธา ทั้งศรัทธาต่อการทำหน้าที่ของตนเองและศรัทธาของสังคม







