posttoday
ต้องดำเนินอย่างสมดุล

ต้องดำเนินอย่างสมดุล

17 กรกฎาคม 2555

สำนักข่าวจาการ์ตาโกลบของอินโดนีเซีย เผยแพร่บทความของ อองซอ บรรณาธิการนิตยสารอิรวดี ของพม่า ซึ่งแสดงความเห็นต่อความเคลื่อนไหวของสหรัฐที่มีต่อพม่าในปัจจุบัน โดยระบุว่าสหรัฐควรจะระมัดระวังการดำเนินนโยบายผ่อนปรนการคว่ำบาตร และการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าไปลงทุนในพม่าให้ดี

สำนักข่าวจาการ์ตาโกลบของอินโดนีเซีย เผยแพร่บทความของ อองซอ บรรณาธิการนิตยสารอิรวดี ของพม่า ซึ่งแสดงความเห็นต่อความเคลื่อนไหวของสหรัฐที่มีต่อพม่าในปัจจุบัน โดยระบุว่าสหรัฐควรจะระมัดระวังการดำเนินนโยบายผ่อนปรนการคว่ำบาตร และการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเข้าไปลงทุนในพม่าให้ดี

ทั้งนี้ที่ต้องระวังมากสุดคือ การเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศเข้าไปลงทุน ในภาคธุรกิจพลังงานและปิโตรเลียม ซึ่งล้วนแต่มีผลประโยชน์เชื่อมโยงไปยังกลุ่มทหารในพม่าโดยตรง กำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักสิทธิมนุษยชนอย่างหนักในขณะนี้

อองซอ ให้เหตุผลว่า ถึงแม้สหรัฐจะย้ำว่าการตัดสินใจดังกล่าว จะมาพร้อมกับการตรวจสอบและจะนำไปสู่การพัฒนาสิทธิมนุษยชนในพม่า แต่ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกมองว่าเป็นการโอนอ่อนยอมตามแรงกดดันจากภาคธุรกิจอุตสาห กรรมในประเทศ

ฉะนั้น หากรัฐบาลวางท่าทีไม่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นว่าสหรัฐกำลังละเลยหลักการดั้งเดิมในการส่งเสริมประชาธิปไตยและปกป้องสิทธิมนุษยชน และหันไปแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแทน ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ที่มีต่อกลุ่มแนวร่วมเดิมที่เคยร่วมต่อสู้ เพื่อสิทธิดังกล่าวในพม่ากับสหรัฐต้องเสื่อมทรามลง

นอกจากนี้ ข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (ฮิวแมนไรต์วอทช์) ได้ออกมาตอกย้ำว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลสหรัฐประกาศออกมายังเร็วเกินไป ที่จะเปิดให้เกิดการลงทุนอย่างเปิดกว้างในพม่าขณะนี้ และจำเป็นต้องเพิ่มเงื่อนไขให้เข้มงวดมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากกระบวนการปฏิรูปพม่ายังมีช่องโหว่และปัญหาเหลืออยู่อีกมาก

ผู้เขียนจึงให้ข้อเสนอแนะว่า สหรัฐควรดำเนินนโยบายต่อพม่าให้ได้สมดุลระหว่างการส่งเสริมประประชาธิปไตย และสนับสนุนการลงทุนให้เหมาะสม เพราะยังมีประชาชนบางกลุ่มในพม่าที่ยังคงตกอยู่ใต้การปกครองแบบกดขี่ และไม่ได้รับผลพวงจากปฏิรูปอย่างแท้จริงเหลืออยู่อีกมาก

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน