
แก้ไขอย่างจริงจัง
ในที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปตรวจความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่สนามบินนานาชาติของประเทศไทยแห่งนี้ มีปัญหาในเรื่องการใช้งานไม่น้อย ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งล่าสุดต้องปิดซ่อมรันเวย์กันขนานใหญ่ ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ที่มาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องบินวน เพื่อรอลงสนามบินเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที
ในที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปตรวจความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่สนามบินนานาชาติของประเทศไทยแห่งนี้ มีปัญหาในเรื่องการใช้งานไม่น้อย ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งล่าสุดต้องปิดซ่อมรันเวย์กันขนานใหญ่ ส่งผลให้สายการบินต่างๆ ที่มาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องบินวน เพื่อรอลงสนามบินเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที
ทั้งนี้ การเดินทางมาตรวจความพร้อมของนายกฯ ครั้งนี้ แม้ว่าจะมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ถือว่า “ล่าช้า” อย่างมาก เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ที่รัฐบาลตั้งความหวังว่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากถึง 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558
สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งทำ คือ เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงทั้งหมดของสนามบินสุวรรณภูมิ ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมีอะไรบ้าง และต้องใช้เวลาแก้ไขนานเท่าใด เพื่อให้ภาคเอกชนวางแผนรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที
ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ค่อนข้างประมาทกับผลกระทบที่เกิดขึ้น จากความเสียหายของสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ภาคเอกชนไม่ได้วางแผนรับมือและได้รับความเสียหายอย่างมาก ทั้งในส่วนของสายการบินและประชาชนที่ไปใช้บริการ ที่ต้องเดินทางไปก่อนเวลาขึ้นเครื่อง รวมถึงต้องเสียเวลาเดินทางนานกว่าปกติ
แม้ว่า ทอท.จะออกมายืนยันว่าจะเร่งซ่อมแซมรันเวย์ให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดเดิม 1 สัปดาห์ และย้ายสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ไปใช้ที่สนามบินดอนเมืองแล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
รัฐบาลและ ทอท. ต้องมีแผนการใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิอย่างเป็นรูปแบบมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดึงนักท่องเที่ยวให้เข้าประเทศตามแผนที่รัฐบาลหวังไว้
เพราะหากปล่อยให้การจัดการสนามบินสุวรรรภูมิยังเป็นไปในแบบที่ “ไม่มีความเป็นมืออาชีพ” อย่างเช่นปัจจุบันนี้ ก็คงเป็นเรื่องยากที่ประเทศไทยจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงจากนักลงทุนที่จะมาลงทุนในประเทศไทยตามแผนที่เราวางไว้ได้
การที่นายกฯ ลงมาดูแลปัญหานี้ด้วยตัวเอง ทำให้เกิดความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า ปัญหาต่างๆ ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล
แต่สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่อยู่ที่การเดินดูและสั่งการ แต่ต้องอยู่ที่การดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างแท้จริงและเร่งด่วน เพื่อที่สนามบินสุวรรณภูมิจะได้กลายเป็นประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างน่าภาคภูมิ







