
เฉลิมให้ถอยประคองปู
แก้รธน.ช้าครึ่งปีไม่เสียหายพท.ยังมึนรอเปิดสภาถึงสรุป
แก้รธน.ช้าครึ่งปีไม่เสียหายพท.ยังมึนรอเปิดสภาถึงสรุป
เพื่อไทยเสียงแตกขอรอคำวินิจฉัยกลางศาล รธน.ก่อนสรุป แนวโน้มอาจแก้รายมาตราแทน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไม่ควรรีบเร่งแก้รัฐธรรมนูญ เพราะถ้าลงมติวาระ 3 ทันที อาจนำไปสู่ความยุ่งยากอีก ส่วนการทำประชามติความจริงพรรคเพื่อไทยได้ทำไปแล้ว ผ่านเสียงสนับสนุนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จึงเห็นว่าควรแก้เป็นรายมาตรา ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน เร็วกว่าการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐบาลต้องเน้นการบริหารราชการบ้านเมือง แก้ไขปัญหายากจน แก้ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสำคัญเป็นลำดับรอง
“อยากบอก สส.พรรคเพื่อไทย เราเป็นรัฐบาล อะไรที่ทำให้สงบและเป็นผลดีให้นายกฯ บริหารประเทศด้วยความราบรื่น ก็ควรทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้า 36 เดือนไม่เป็นอะไร ยังทำได้ แต่เมื่อศาลชี้มาอย่างนี้ก็อย่าไปเถียงกับเขา เราก็ทำในสิ่งที่เขาบอก ให้ร่างเป็นรายมาตรา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
วันเดียวกันพรรคเพื่อไทยได้ประชุม สส. แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญต่ออย่างไร โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษา การผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายมึนงงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำแถลงมีทั้งคำวินิจฉัย คำแนะนำ ดังนั้นจึงต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จึงจะสามารถบอกได้ว่า อะไรคือข้อผูกพันทุกองค์กร ซึ่งเรายังมีเวลาก่อนจะเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 1 ส.ค. ที่ต้องทำให้เกิดความรอบคอบชัดเจนที่สุด
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ควรดำเนินการในแนวทางที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมา คือ ให้ สส.และ สว. เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ส่วนการทำประชามติก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อาจมีปัญหาเรื่องการตีความอีก และยังต้องเสียงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ดังนั้นแนวทางที่ดีที่สุดคือเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเข้าสู่ที่ประชุม ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้นให้โละทิ้ง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เร็วเกินไปที่รัฐบาลจะมีข้อสรุปในขณะนี้ ต้องรอฟังการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 ก.ค.ก่อน







