
แก้ยางหัวทิ่ม-มิชลินขอนำเข้า
ยางร้อนเกษตรกรโวย หนำซ้ำมิชลินจี้นายกฯ เปิดนำเข้ายางเก่า
ยางร้อนเกษตรกรโวย หนำซ้ำมิชลินจี้นายกฯ เปิดนำเข้ายางเก่า
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.ค. จะพิจารณาข้อเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการกำหนดราคาชี้นำราคายางธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก กำลังไม่พอใจที่ราคายางตกไปอยู่ที่ กก.ละ 80-93 บาท
ขณะที่ระหว่างวันที่ 1722 ก.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเจรจาการค้ากับประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยมีนัดหารือกับกลุ่มบริษัท มิชลิน ซึ่งเสนอให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้นำเข้ายางรถยนต์เก่าได้ จากปัจจุบันที่ห้ามนำเข้าเพราะไทยยึดปฏิบัติอนุสัญญาบาเซิลว่าด้วยการควบคุมของเสียอันตราย
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ชาวสวนยาง ระบุหากรัฐบาลไทยยอมรับข้อเสนอดังกล่าว จะทำให้โรงงานหล่อดอกยางในประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก
“หากรัฐอนุญาตให้มิชลินนำเข้ามาทำผลิตในไทย ก็เท่ากับซ้ำเติมเอสเอ็มอีไทยจำนวนมาก ที่ทำยางหล่อดอกขายให้กับคนที่มีรายได้น้อยใช้ และยังจะทำให้ราคายางในประเทศที่กำลังตกต่ำกระทบตามเป็นลูกโซ่ไปด้วย เพราะจะทำให้ลดการใช้ยางธรรมชาติลง” นายอุทัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการผู้จัดการบริษัท วงศ์บัณฑิต ผู้ส่งออกยางรายใหญ่ เห็นแย้งว่า ถ้ามิชลินมาทำโรงงานขนาดใหญ่ก็จะช่วยใช้ยางในประเทศได้อีกจำนวนมาก รัฐบาลควรให้มิชลินนำเข้ายางเก่าที่เรียกว่ายางใหญ่ ซึ่งใช้สำหรับรถบรรทุก และล้อเครื่องบินเข้ามาหล่อดอกในไทย เพราะจะมีการใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น
นายวิชิต สมรฤทธิ์ ประธานเครือข่ายกลุ่มยางพารา จ.นครพนม เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางพาราในภาคอีสานกำลังตกต่ำอย่างมาก ยางแผ่น กก.ละประมาณ 82 บาท ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท อยากให้รัฐบาลหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง ถ้าแก้ไขไม่ได้คงต้องเลิกหันไปทำอาชีพอื่นแทน







