
ไม่ธรรมดา
ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เดินทางมาเยือนเอเชียในครั้งนี้ ต้องบอกว่ามาแบบไม่ธรรมดาครับ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เดินทางมาเยือนเอเชียในครั้งนี้ ต้องบอกว่ามาแบบไม่ธรรมดาครับ เพราะนอกเหนือจะมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่กัมพูชาในวันนี้แล้ว ฮิลลารียังประกาศยุทธศาสตร์อะไรหลายๆ อย่างด้วย โดยเฉพาะการที่สหรัฐจะเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
เอาตั้งแต่การเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางไปถึงกัมพูชานั้น ก็ถือว่าล้วนแต่มีความหมายยิ่ง อย่างเช่น การแวะมองโกเลียเป็นประเทศแรกนั้น ฮิลลารีก็พูดในเชิงว่าเอเชียจะพัฒนาเศรษฐกิจแต่อย่างเดียวนั้นไม่ได้ จะต้องพัฒนาประชาธิปไตยควบคู่ไปด้วยกัน
พูดแบบนี้ที่มองโกเลีย ก็เหมือนกับยืนเคาะประตูอยู่หน้าบ้านจีนแผ่นดินใหญ่ ให้รัฐบาลจีนฟังนั่นแหละครับ
รุ่งขึ้นก็เหินฟ้าไปยังกรุงฮานอย ก็เปรียบเสมือนประตูบ้านจีนอีกทางหนึ่ง ที่ฮานอยฮิลลารีพูดถึงเรื่องมนุษยชนว่า เวียดนามควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ พูดไปก็กระทบไปถึงจีน
เมื่อวานนี้ก็เดินทางมาเยือนลาว ถือเป็นการเยือนลาวครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐในรอบ 57 ปีทีเดียว ลาวก็เปรียบเสมือนประตูหลังบ้านของจีนนั่นแหละครับ
เห็นได้ชัดว่า การแวะในแต่ละจุด แต่ละประเทศของฮิลลารีนั้น ไม่วายจะแขวะจีนไปเรื่อย
สุดท้ายในวันนี้ ฮิลลารีเดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมการประชุมเออาร์เอฟร่วมกับอาเซียนและคู่เจรจาอีกหลายชาติ
แต่ที่น่าจับตามองก็คือ ฮิลลารีถือโอกาสจัดงานประชุมสภานักธุรกิจสหรัฐในอาเซียนขึ้น ในวันศุกร์นี้ที่เมืองเสียมราฐด้วย
เป็นการฉวยจังหวะของการประชุมอาเซียนที่หวังผลได้ทีเดียว การจัดการประชุมครั้งนี้ของสหรัฐ ถือเป็นการแสดงจุดยืนได้ชัดเจนมากๆ ครับ ว่าสหรัฐจะกลับมายังอาเซียนแน่นอน
และที่สำคัญอย่าลืมว่า กัมพูชาคือพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับจีนมากที่สุดในกลุ่มอาเซียนแล้วในเวลานี้
สหรัฐมาจัดงานประชุมนักธุรกิจสหรัฐถึงแผ่นดินกัมพูชา ก็เหมือนกับบอกให้จีนรู้เป็นนัยๆ ว่า “ข้ามาแน่”
การเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ของฮิลลารีจึงไม่ธรรมดาจริงๆ ช่วงชิงความสนใจบนเวทีนานาชาติได้อย่างเฉียบขาด และยังเป็นการแหย่หนวดมังกรได้ไม่หยุด
ไม่ธรรมดายังไง ก็ถึงกับทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยต้องแจ้นไปพบ ไปคุยด้วยถึงที่เสียมราฐ
ทั้งๆ ที่คนเชิญคือฮิลลารีนั้นมีตำแหน่งหัวโขนแค่รัฐมนตรีต่างประเทศเท่านั้น
แต่กลับสามารถเรียกให้ผู้นำไทยไปพบได้ ก็คิดดูแล้วกันครับ ว่าไม่ธรรมดาขนาดไหน!







