
ครม.เบรก"ยธ."ชงช่วยนักโทษคดีม็อบป่วนเมือง
ครม.ตีกลับข้อเสนอ "ยธ." ช่วยเหลือนักโทษคดีขัดแย้งทางการเมือง เผยขอสารพัดทั้งช่วยทุนยากจน ปลดหนี้นอกระบบ ให้รัฐค่ารักษาโรคฟรี
ครม.ตีกลับข้อเสนอ "ยธ." ช่วยเหลือนักโทษคดีขัดแย้งทางการเมือง เผยขอสารพัดทั้งช่วยทุนยากจน ปลดหนี้นอกระบบ ให้รัฐค่ารักษาโรคฟรี
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.ค. มีมติให้ถอนเรื่อง แนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของครอบครัวผู้ต้องขังคดีอาญาที่มีลักษณะเกี่ยวเนืองกับความขัดแย้งในทางการเมืองที่ยังไม่ได้รับการประกันตัว ตามข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.)ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า การประชุมครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่งอนุมัติงบประมาณในการประกันตัวผู้ต้องขังคดีอาญาที่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง จึงอยากให้ กระทรวงยุติธรรมกลับไปพิจารณา ยังมีความจำเป็นที่จะช่วยเหลืออีกหรือไม่ หรือถ้าจะช่วยเหลือตามข้อเสนอจะช่วยเหลือได้แค่ไหน
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อเสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองครั้งนี้ มีการเสนอจากกระทรวงยุติธรรมผ่าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โดยเอกสารที่เสนอครม. เป็นกรณีให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังจากที่ ครม.เคยมีมติจ่ายค่าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองไปแล้ว โดยอ้างว่า มีผู้ต้องขังคดีอาญาซึ่งศาลไม่อนุญาติให้ประกันตัวและคดียังไม่ถึงที่สุด จำนวน 51 ราย มีความต้องการให้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งต่อมากระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบพบว่า ในจำนวน 51 ราย อยากให้ช่วยเหลือด้านต่างๆ ซึ่งบางรายมีความต้องการมากกว่า 1 ด้าน
จำแนกได้ดังนี้ 18 ราย อยากให้ช่วยสนับสนุนเงินกู้ตามโครงการของรัฐบาล ทุนการศึกษา หรือเงินบริจาคจากองค์กรเอกชน เนื่องจากประสบปัญหาค่าอุปกรณ์การศึกษา เช่นหนังสือ ชุดนักเรียน ค่ารถ ค่าอาหาร ทั้งนี้ตามแนวทางช่วยเหลือได้กำหนดให้ สพฐ.มอบทุนยากจนคนละ 500 บาทต่อภาคเรียน เป็นต้น
ประเภทที่สอง ต้องการให้ช่วยเหลือด้านหนี้สินและการดำรงชีวิต จำนวน42 ราย ส่วนหนึ่งประสบปัญหามีหนี้สินนอกระบบ อยากให้แปลงหนี้นอกระบบให้เข้ามาในระบบเพื่อลดอัตราดอกเบี้ย อีกจำนวนหนึ่งประสบปัญหาหนี้สินในระบบ อยากให้ขยายเวลาการชำระหนี้
อีกจำนวนหนึ่ง ต้องการเงินค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน เนื่องจากขาดรายได้จาการถูกคุมขัง คิดเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน กทม.และปริมณฑล ประมาณวันละ 400 บาท ต่างจังหวัดประมาณวันละ 300 บาท ค่าใช้จ่ายในการไปเยี่ยมผู้ต้องขังประมาณ ครั้งละ1,500 บาท และยังขอค่าซ่อมแซมบ้านด้วย
ประเภทที่สาม ต้องการช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล จำนวน 16 ราย ตั้งแต่ขอให้รักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว (บิดา มารดา ภรรยา บุตร ไม่ว่าจะเป็นให้ออกค่ารักษาพยาบาล ค่ายารักษาโรคที่อยู่นอกเหนือบัญชีของสิทธิในการรักษาต่างๆ ขอให้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับญาติผู้ต้องขังที่อยู่ต่างจังหวัด มีฐานะยากจน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ประเภทที่สี่ ต้องการช่วยเหลือด้านอาชีพ จำนวน 26 ราย โดยมีปัญหาการฝึกอาชีพ ไมได้ประกอบอาชีพต้องการมีรายได้ แต่ไม่มีความรู้ ต้องการประกอบอาชีพเสริม แนวทางการช่วยเหลือ ให้ช่วยเหลือตามกฎกระทรวงแรงงานพิจารณาจากกลุ่มบุคคลทั่วไป ผู้ไม่มีงานทำต้อกงารอาชีพเสริม ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล
ส่วนผู้ที่ประสบปัญหาเงินทุนในการประกอบอาชีพ แนวทางช่วยเหลือให้ยึดตามพ.ร.บ.ส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 มีกองทุนหมุนเวียนให้กู้ยืมระยะสั้น 3-6 เดือน วงเงินการกู้ยืมตั้งแต่ 1 หมื่น ถึง4.2 หมื่นบาท นอกจากนี้มีกรณีขาดอุปกรณ์ประกอบอาชีพ(จำนวน 5 ราย ) แนวทางช่วยเหลือให้ใช้เงินกู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาสถานที่ประกอบอาชีพ เนื่องจากมีความรู้ในการประกอบอาชีพแต่ไม่มีสถานที่ค้าขาย ยังมีการขอรับการสนับสนุนค่าเช่าที่ดินเพื่อทำนา โดยมีแนวทางช่วยเหลือตามกฎกระทรวงแรงงานผ่านศูนย์พัฒนาฝีมือ







