
แผนซื้อเกาะเตียวหยูไถ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไชนาเดลีของจีนระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ ของญี่ปุ่น ออกมาประกาศยอมรับว่ากำลังเจรจากับภาคเอกชนที่เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ในพื้นที่เกาะเซ็นกากุ หรือเตียวหยูไถ ตามชื่อเรียกของจีน เพื่อนำกลับมาเป็นทรัพย์สินของชาตินั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง และกำลังทำให้ความสัมพันธ์ที่ทั้งสองชาติมีต่อกันต้องตกอยู่ในสภาวะที่อันตราย
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไชนาเดลีของจีนระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ ของญี่ปุ่น ออกมาประกาศยอมรับว่ากำลังเจรจากับภาคเอกชนที่เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่ในพื้นที่เกาะเซ็นกากุ หรือเตียวหยูไถ ตามชื่อเรียกของจีน เพื่อนำกลับมาเป็นทรัพย์สินของชาตินั้น ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง และกำลังทำให้ความสัมพันธ์ที่ทั้งสองชาติมีต่อกันต้องตกอยู่ในสภาวะที่อันตราย
สื่อชื่อดังแดนมังกรให้เหตุผลว่า ดินแดนของเกาะเตียวหยูไถและพื้นที่รอบๆ เป็นพื้นที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีนมาแต่โบราณ อีกทั้งจีนก็มีทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์และทางกฎหมายรองรับความชอบธรรมอีกด้วย
ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลญี่ปุ่นครั้งนี้จึงเท่ากับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไร้ผลทางกฎหมายโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาตินิยมจัดเพียงกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “เชนานิกันส์” เท่านั้น และไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของจีนกับญี่ปุ่นต้องเสื่อมลง
สื่อจีนคาดว่าสาเหตุที่แท้จริงก็คือ กลุ่มชาตินิยมกลุ่มนี้ต้องการใช้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพื่อสร้างประโยชน์ในทางการเมืองภายใน
ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็น โนดะ ที่เป็นฝ่ายเข้าไปมีส่วนให้การสนับสนุนและร่วมโหนกระแสเข้าไปด้วย
ถึงกระนั้น แม้ว่าล่าสุด หยางเจี๋ยฉือ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จะส่งจดหมายชี้แจงและแสดงท่าทีคัดค้านการประกาศของผู้นำญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ไชนาเดลีก็ยังให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลจีนว่าควรที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติเหนือเกาะและพื้นที่โดยรอบเอาไว้
สื่อจากจีนให้ข้อเสนอปิดท้ายด้วยว่า การดำเนินแนวทางดังกล่าวรัฐบาลจีนก็ยังต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ที่ทั้งสองชาติมีต่อกันมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้เป็นปีที่จีนและญี่ปุ่นจะครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน







