posttoday
ปริญญา-ความรู้

ปริญญา-ความรู้

30 มิถุนายน 2555

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเพ็ญพรรณกับผมค่อยๆ เปลี่ยนจากความชอบพอมาเป็นความรัก ทำให้ผมเป็นทุกข์

โดย...ประมนต์ สุธีวงศ์

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเพ็ญพรรณกับผมค่อยๆ เปลี่ยนจากความชอบพอมาเป็นความรัก ทำให้ผมเป็นทุกข์ เพราะเขาเรียนปริญญาโทแล้ว เรากำลังจะจบปริญญาตรี ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าคิดจะร่วมหอลงโรงกัน เรามิถูกข่มตลอดเวลาหรือ นี่เลยเป็นสาเหตุให้ผมตัดสินใจเรียนปริญญาโทต่อ โชคดีที่คะแนนปริญญาตรีพอไปได้ เพราะคนที่จะเรียนปริญญาโทต่อได้ต้องมีคะแนนเฉลี่ยอย่างน้อย B ความจริงตอนเรียนปริญญาตรีนั้นผมไม่ได้คิดจะเรียนต่อทันที หรือเรียกว่าไม่ได้คิดด้วยซ้ำไป

ด้วยความคิดเช่นว่า ที่บ้านเลยต้องเดือดร้อนส่งเสียให้ผมเรียนต่ออีก 1 ปี

ปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์นั้น คือ Bachelor of Science หรือเรียกย่อๆ ว่า BS

พอรู้ว่าผมจะเรียนต่อปริญญาโท ไอ้เพื่อนฝรั่งเลยมาล้อว่า “แค่ BS ยังไม่พอหรือจะเอา MS ให้มันหนักหัวไปทำไม?” ซ้ำมันยังถามผมด้วยว่า รู้หรือเปล่าว่า BS นั้นย่อมาจากอะไร?

เราก็ศิษย์มีครู รู้ว่าพวกฝรั่งใช้คำว่า Bachelor แทนคำจากภาษาละติน เลยตอบไปอย่างมั่นใจว่า BS ก็มาจากภาษาละตินที่เขียนว่า Baccalaureate ซึ่งแปลว่าคนหนุ่มหรือปริญญาตรีสำหรับเด็กจบใหม่ไงล่ะ

เขาหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจแล้วเฉลยว่า ไม่ใช่ BS ย่อมาจากคำว่า Bull Shit!

Bull Shit แปลตรงๆ ตัวว่า ขี้วัว แต่เป็นแสลงหมายถึงไร้สาระอะไรทำนองนั้น ถ้าใครพูดมากๆ ไม่มีประเด็นจะถูกกล่าว่า Bull Shit!

แล้ว MS ล่ะ หมายถึงอะไร?

เขาว่า MS ก็ More of the Same คือ ของไร้สาระเดิมๆ ที่มากขึ้น พร้อมทั้งสาธยายต่อว่า Ph.D หรือปริญญาเอกนั้นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แปลว่า Pile Higher and Deeper

สรุปแล้วคือว่าที่เรียนไปนี่ไร้สาระทั้งนั้น ถึงขั้นปริญญาเอกแล้ว ขี้วัวถมเต็มเหวแล้วจนสูงขึ้นมาเป็นภูเขาเลากา

ถึงทุกวันนี้แล้วเวลาพบพวกจบปริญญาเอกหัวรั้นๆ บางคน ผมล่ะอดคิดถึงคำเปรียบเทียบพิลึกๆ นี้ของเพื่อนไม่ได้

ความจริงช่วงนั้นการเรียนปริญญาโททางบริหารธุรกิจซึ่งสมัยนี้เรียกกันติดปากว่า MBA นั้นกำลังเริ่มฮิต

วิชานี้เกิดขึ้นจากความคิดที่จะเตรียมนักศึกษาที่จบสายวิทย์โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมให้มีความรู้ความเข้าใจทางการบริหารจัดการ เพื่อเติบโตเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ดังที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่านักศึกษาสาขาวิศวกรรมนั้นจะถูกสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ ใช้ตรรกะในการมองและแก้ปัญหา เชี่ยวชาญทางคำนวณ ถ้าได้รับการฝึกวิทยายุทธ์ทางการบริหารการจัดการเพิ่มเติม ก็จะมีความพร้อมมากขึ้น

ในช่วงนั้นพวกนักศึกษาปริญญาทาง MBA จะเป็นคนที่มีพื้นทางเทคนิคเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาภายหลังเมื่อวิชานี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายมากขึ้น ผู้เข้าเรียนก็กระจายไปเกือบทุกๆ สาขา ประสบการณ์ทำงานก่อนเข้าเรียนต่อ MBA เป็นเรื่องเข้มงวดมาก นักศึกษาต้องมีประสบการณ์ทำงานมาอย่างน้อยประมาณ 35 ปี จึงจะได้รับการพิจารณา ต่างจากเดี๋ยวนี้ที่ MBA เฟ้อจนนักศึกษาที่สนใจจะเข้าเรียนต่อไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานเลยก็ยังได้

ยุคนั้นปริญญาโท MBA จะใช้เวลาเรียน 2 ปี มากกว่าปริญญาโทสาขาตรงของผู้จบปริญญาตรีในสาขานั้นๆ ประมาณ 1 ปี จึงถือว่ายากกว่าและสูงกว่าปริญญาโททั่วๆ ไป ในปี ค.ศ. 1960 นั้น ถ้าใครจบ MBA จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าปริญญาโทธรรมดาประมาณ 30% จึงคุ้มค่าที่จะลงทุน เพราะนอกจากได้เงินเดือนสูงกว่าแล้วยังมีอนาคต มีความก้าวหน้าทางการงานมากว่าปริญญาทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากผมไม่มีสิทธิที่จะเรียนต่อเอ็มบีเอทันที เพราะไม่มีประสบการณ์ทำงาน จึงตัดสินใจเรียนปริญญาโททางวิศวกรรมเครื่องกลต่อ

วิชาที่ชอบมากที่สุดตอนเรียนปริญญาตรีคือ Heat Transfer หรือการถ่ายเทความร้อน เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน เช่น ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศร้อนและเย็น และตู้เย็น เป็นต้น

สำหรับประโยชน์ทางด้านอื่นที่ต้องใช้เทคนิคความรู้ความชำนาญสูงขึ้นมีตัวอย่างเช่น การออกแบบเปลือกนอกของยานอวกาศที่ส่งออกนอกโลก เวลากลับเข้ามาสู่บรรยากาศของโลกจะมีความร้อนสูง ต้องคำนวณความร้อนที่จะเกิดขึ้น พร้อมการสรรหาวัตถุที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบเปลือกยานอวกาศที่สามารถทนทานได้ มิฉะนั้นยานอวกาศจะถูกความร้อนเผาผลาญไปสิ้น

อีกตัวอย่างของงานประเภทนี้คือ การขจัดหรือถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นในวงจรที่รับกระแสไฟฟ้าการออกแบบชิ้นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เล็กลงๆ จนมีขนาดปัจจุบัน หรือการนำพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานที่ทำความเย็นผ่านสื่อที่เหมาะสม ฯลฯ เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความสามารถของวิศวกรที่จะขจัดหรือถ่ายเทความร้อนทั้งสิ้น

ยุคนั้นเป็นยุคของการเริ่มต้นการค้นคว้าโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็นต้นแบบของแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เวลาผ่านมาแล้ว 40 ปีเศษ แต่เทคโนโลยีที่พัฒนามาได้ ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับพลังงานจากน้ำมันหรือถ่านหินได้ แต่คาดว่าในอนาคตอันไม่ไกลจุดคุ้มทุนของพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์และพลังงานจากน้ำมันและถ่านหินจะมาบรรจบกัน ถึงเวลานั้นวิถีชีวิตของมนุษย์คงเปลี่ยนแปลงไปมาก

ผมใช้เวลา 1 ปี เพื่อทำปริญญาโททางเครื่องกล โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการถ่ายเทความร้อน อาจารย์ที่ควบคุมวิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นชาวฮังการีที่ลี้ภัยสงครามมาอยู่สหรัฐ ภาษาอังกฤษพอฟัดพอเหวี่ยงกัน แต่ท่านมีภูมิแน่จริงๆ ช่วงทำวิทยานิพนธ์ต้องเข้าห้องทดลองดึกๆ ดื่นๆ แทบทุกวัน เมื่อเขียนวิทยานิพนธ์เสร็จโชคดีได้คุณเพ็ญพรรณช่วยพิมพ์ให้เรียบร้อย เสียดายที่ไม่ได้นำความรู้จากการค้นคว้ามาสานต่อ เพราะเมื่อกลับมาประเทศไทยแล้ว หน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายไม่เกี่ยวกับงานทางเทคนิคโดยตรง ความรู้ทั้งหลายแหล่จึงค่อยๆ คืนอาจารย์กลับไปหมด

นี่เป็นสัจธรรมที่กล่าวกันมาหลายยุคหลายสมัยว่าปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรเป็นแค่ใบเบิกทางเท่านั้น ส่วนการเดินทางของเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ที่การกระทำของเราและการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไม่หยุดหย่อนระหว่างการเดินทางอันยาวนานต่างหาก

คนไทยรุ่นบุกเบิกซึ่งเป็นคนเก่งๆ ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้นมีมากมายที่ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย นักคิดค้นชาวอเมริกัน 2 คน ที่ปฏิวัติการพัฒนาระบบไอทีและระบบสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงอย่าง บิล เกตส์ และ สตีฟ จ็อบส์ ก็เลือกที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัยก่อนจบ เพื่อทำในสิ่งที่เขาสนใจ

ปริญญาจะไม่มีประโยชน์ ถ้าเอกสารนี้ไม่ได้รับรองความสามารถในการเรียนรู้ของผู้ได้รับ ฉะนั้นเราต้องตื่นตัวที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง ถ้าเราหยุดความอยากรู้อยากเห็นเมื่อไร เราก็จะล้าสมัยทันที m

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก