
‘สมศักดิ์’จี้พท.ถอนร่างปรองดอง
หวั่นรัฐบาลพังแนะจัดสานเสวนาที่ปรึกษาถล่มสุชาติไม่ป้องทุจริต
หวั่นรัฐบาลพังแนะจัดสานเสวนาที่ปรึกษาถล่มสุชาติไม่ป้องทุจริต
“ขุนค้อน” วอน “บิ๊กบัง” และแกนนำเพื่อไทย ถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ออกจากวาระในการประชุมสภา 1 ส.ค. ห่วงความขัดแย้งกระทบรัฐบาล
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า อยากให้สมาชิกฝ่ายรัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากเมื่อเปิดสภาสมัยทั่วไป วันที่ 1 ส.ค. ตามขั้นตอนแล้ว ต้องเริ่มพิจารณาเรื่องด่วนที่ 1 คือ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้สานเสวนาตามแนวทางที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ หรือหากไม่ถอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถเลื่อนระเบียบวาระการประชุมเรื่องด่วนลำดับถัดไปมาหารือไปก่อน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สส.พรรคมาตุภูมิ ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ แต่ พล.อ.สนธิ ยังไม่ตอบรับว่าจะถอนร่างหรือไม่ ขณะเดียวกันได้หารือกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยแล้วอีกทางหนึ่ง
ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อนาคตของรัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ซึ่งต้องรอดูวันที่ 1 ส.ค.นี้ และถึงแม้รัฐบาลจะมีปัญหาอุปสรรคการทำงานอยู่บ้าง แต่ต้องช่วยประคองให้อยู่ครบ 4 ปีให้ได้ สำหรับประเด็นที่อดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 ประเมินสถานการณ์การเมืองว่าจะร้อนแรงในช่วงเปิดสมัยประชุม ความจริงเรื่องนี้อยู่ที่ตัวนักการเมืองเอง
นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะหนึ่งในผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากประธานสภา เพียงแต่เห็นจากข่าวเท่านั้น แต่ทางออกมี 3 แนวทาง 1.หากฝ่ายค้านหรือฝ่ายอื่นๆ เห็นว่าเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังไม่ชัดเจนก็สามารถเสนอร่างเข้ามาประกบอีก 1 ฉบับ แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาร่วมกัน ซึ่งก็พร้อมที่จะให้เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ 2.ถ้าจะเลื่อนร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่นๆ ขึ้นมาพิจารณาแทนก็สามารถทำได้ แต่ปัญหาคือ เมื่อเสนอขึ้นมาแล้วก็ต้องปิดการประชุมทันที 3.ถ้าประธานสภามีดำริจะถอนร่างออกไป ต้องอธิบายต่อสังคมให้ได้ว่าเป็นเพราะเหตุผลใด
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือประเด็นดังกล่าวกับคณะที่ร่วมยื่นเรื่อง เพราะเห็นว่ายังมีเวลาอีกนาน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯและผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องวิเคราะห์ให้รอบด้าน และต้องหารือกันก่อนถึงจะได้ข้อสรุป
นายประแสง มงคลศิริ อดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในรายการของสปริงนิวส์ ว่า จากที่ได้อยู่กับนายสุชาติมา 5 เดือน เห็นว่า นายสุชาติมีปัญหาในการทำงาน เช่น การปราบปรามการทุจริตในกระทรวงศึกษาฯ โดยเฉพาะกรณีทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ของอาชีวะศึกษาในงบไทยเข้มแข็ง นายสุชาติเห็นว่า รัฐมนตรีเป็นเหมือนพระแค่เทศน์ให้โจรผู้ร้ายสำนึกในบาป เมื่อเทศน์เสร็จก็คว้าตาลปัตรไป การปราบโจรเป็นหน้าที่ของตำรวจ การมองอย่างนี้ จะทำให้คนชั่วครองเมืองต่อไป
ทั้งนี้ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มองเห็นจุดอ่อนของนายสุชาติที่เป็นปัญหาในภาพรวม และสะท้อนหลายสิ่งให้พรรคเพื่อไทยทราบ ดังนั้นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง







