
‘กิตติรัตน์’มั่นใจรับมือส่งออกหดได้
เชื่อโตได้15%แม้ยุโรปเดี้ยงเอกชนปูดยอดสั่งซื้อหดทั่วหน้า
เชื่อโตได้15%แม้ยุโรปเดี้ยงเอกชนปูดยอดสั่งซื้อหดทั่วหน้า
รัฐยังไร้มาตรการรับมือวิกฤตยุโรป ทำส่งออกหด “กิตติรัตน์” ยันยังไม่จำเป็น
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ประชุมร่วมกับทูตพาณิชย์ทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้นโยบายในการผลักดันการส่งออก โดยนายกิตติรัตน์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมาช่วยเหลือผลักดันการส่งออก และเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ ยังยืนยันจะไม่เลื่อนการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท อีก 70 จังหวัด ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2556
นายกิตติรัตน์ ยอมรับว่า มี 3 อุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรป คือ อัญมณี สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มอิเล็ก ทรอนิกส์ แต่ยังเชื่อว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 15% และทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 7% ถึงแม้จะมีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายได้แค่ 78% ก็ตาม
สำหรับข้อเสนอของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกนั้น คงต้องปรึกษาหารือกับนายบุญทรงก่อน
นายไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของธนาคาร ในกลุ่มธุรกิจส่งออกเริ่มประสบปัญหาคำสั่งซื้อสินค้าเดือน พ.ค. ลดลง 1113% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 30% แต่ก็เป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัว เป็นผลจากปัญหาการเงินในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ช่วงครึ่งปีหลังธนาคารต้องเฝ้าระวังปัญหาจากอียูที่จะส่งผลต่อกลุ่มลูกค้าส่งออกในเรื่องกระแสเงินสด ซึ่งขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้แล้ว
นายไตรรงค์ กล่าวว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจส่งออกของธนาคารมีสัดส่วน 10% ของสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมด ขณะที่การส่งออกไปยังกลุ่มลูกค้าในเอเชียมีปริมาณมากที่สุดประมาณ 40% ที่เหลือกระจายไปยังสหรัฐ และประเทศอื่น ๆ
อย่างไรก็ดี คาดว่าการส่งออกในไตรมาส 3 จะมีทิศทางปรับตัวลดลงทั้งประเทศ จากปัญหาในอียู จึงต้องเฝ้าระวังกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกต่อ ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อใหม่ 1.2 แสนล้านบาท ปัจจุบันขยายสินเชื่อใหม่แล้ว 6 หมื่นล้านบาท
นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า คำสั่งซื้อของลูกค้าเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจส่งออกในเดือน พ.ค. ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน สถานการณ์ขณะนี้ต้องติดตามเศรษฐกิจในจีน หากจีนเกิดปัญหาเศรษฐกิจจะชะลอตัวทั่วโลกและมีผลต่อคำสั่งซื้อสินค้า
นายปพนธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ติดตามเงินทุนหมุนเวียนของลูกค้าในกลุ่มส่งออกว่าเพียงพอหรือไม่ เพราะหากคำสั่งซื้อลดลง อาจส่งผลต่อกระแสเงินสด แต่ส่วนใหญ่ที่ได้มีการหารือ ลูกค้าจะเป็นฝ่ายปรับตัวเตรียมพร้อมด้วยการขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ซึ่งการส่งออกปัจจุบัน 50% อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชีย รวมถึงมีการให้คำแนะนำลูกค้าว่าหากไม่มั่นใจว่าจะได้เงินค่าสินค้าหรือไม่ให้ซื้อประกันความเสี่ยง
อย่างไรก็ดีมองว่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรปขณะนี้ รัฐบาลน่าจะมีการจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ลูกค้าส่งออกที่อาจเกิดปัญหาเงินทุนหมุนเวียนเข้าร่วมโครงการ เหมือนกรณีน้ำท่วม เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเหมือนกัน
ด้านนายประสิทธิ์ วสุภัทร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นห่วงกระแสเงินสดในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจส่งออก เพราะเดือนพ.ค. ปริมาณการส่งออกของลูกค้าส่งออกมีอัตราการเติบโตชะลอตัว ธนาคารจึงต้องติดตามสถานการณ์ แต่ก็เป็นการดูลูกค้าเป็นราย ๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ส่งออกไปยุโรปโดยตรง







