
เสน่ห์ไทยหัวทิ่ม
บิ๊กสหพัฒน์เผยอันดับลงทุนหล่นจาก1มา4ในอาเซียนการเมืองยุ่งค่าจ้างพุ่ง
บิ๊กสหพัฒน์เผยอันดับลงทุนหล่นจาก1มา4ในอาเซียนการเมืองยุ่งค่าจ้างพุ่ง
ความน่าสนใจลงทุนไทย ดิ่งจากที่ 1 ลงที่ 4 ในเออีซี สหพัฒน์ชี้การเมืองป่วนค่าจ้างพุ่ง ให้รัฐบาลคาบเส้น 5 คะแนน
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทำให้ไทยมีความน่าสนใจด้านการลงทุนในสายตานักลงทุนต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐ และจีน อยู่ในอันดับ 4 รองจาก เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย นับตั้งแต่ช่วง 23 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ไทยมีความน่าสนใจมากที่สุดในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ
การที่ต่างประเทศสนใจลงทุนในไทยลดลงมาจาก 2 ปัจจัยลบในประเทศ คือ 1.การเมืองไม่นิ่ง และ 2.ค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 300 บาท ซึ่งกระทบบรรยากาศความน่าสนใจลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ที่ต้องการนำสินค้าเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น และต้องการหาแหล่งผลิตสินค้าราคาถูก จากเดิมที่ใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อทำตลาด และช่วงที่ผ่านมาไทยก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการผลิต
สำหรับนโยบายลงทุนของกลุ่มสหพัฒน์ จะมองหาโอกาสไปลงทุนประเทศอื่นในอาเซียน เช่น พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพื่อรับการเปิดเออีซีปี 2558 รูปแบบการลงทุนจะหาพันธมิตรนำสินค้าที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มอาหาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เริ่มแรกไปจำหน่ายก่อน เมื่อยอดขายโตพอก็จะตั้งโรงงานในประเทศนั้น ส่วนในไทยจะลงทุนเพิ่มปีละ 1,000 ล้านบาท เพราะกำลังซื้อภายในยังดี
ด้านการประเมินผลงานรัฐบาล นายบุณยสิทธิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการบริหารงานรัฐบาลครึ่งปีที่ผ่านมา ถือว่าสอบผ่าน ทางการเมืองได้ 5 เต็ม 10 คะแนน เนื่องจากยังบริหารประเทศไม่เข้าตา การเมืองไทยขณะนี้ยังเป็นปัจจัยลบที่น่าห่วงสุด จึงอยากแนะสิ่งที่รัฐบาลควรทำตอนนี้คือ กลับมาดูขงจื๊อ เพราะตอนนี้ประเทศไทยยังไม่มีใครเป็นขงจื๊อคอยแนะนำให้เกิดการสมานฉันท์และปรองดอง
ขณะที่การบริหารเศรษฐกิจได้ 8 เต็ม 10 คะแนน เพราะการบริหารมาถูกทาง และอัตราแลกเปลี่ยนอ่อน โดยขณะนี้เงินบาทอ่อนจาก 30 บาท เหลือ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นผลดีต่อการส่งออก และดอกเบี้ยต่ำในระดับน่าพอใจ







