posttoday
ไม่สิ้นสุด

ไม่สิ้นสุด

26 มิถุนายน 2555

ในที่สุดสเปนก็ได้กลายเป็นประเทศที่ 4 อย่างเป็นทางการที่ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปไปเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในที่สุดสเปนก็ได้กลายเป็นประเทศที่ 4 อย่างเป็นทางการที่ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปไปเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โดยจะมีการประกาศวงเงินที่ชัดเจนในวันที่ 9 ก.ค. ซึ่งก็อาจสูงถึง 1 แสนล้านยูโร

และที่น่าจะตามสเปนมาติดๆ แบบไร้ทางเลือก ก็ดูจะหนีไม่พ้นไซปรัสที่มาแรงแซงทางโค้งอิตาลีไปแล้ว หลังจากที่ถูกบริษัทจัดอันดับเครดิต ฟิทช์ เรทติ้งส์ หั่นอันดับเครดิตจนเหลือแค่ระดับจังก์ หรือไม่แนะนำให้ลงทุนตามมาติดๆ ภายในวันเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ บริษัทจัดอันดับเครดิตยักษ์ใหญ่อีก 2 ราย คือมูดี้ส์ และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ต่างก็ส่งไซปรัสลงถังขยะกันไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ไซปรัสนั้นต้องดิ้นรนหาเงิน 1,800 ล้านยูโร หรือประมาณ 10% ของจีดีพีให้ได้ทันก่อนวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อปรับโครงสร้างธนาคารใหญ่สุดอันดับ 2 ในประเทศ ที่เจ๊งระนาวมาจากการลงทุนในตราสารหนี้กรีซ ขณะที่มีการประเมินว่าไซปรัสอาจต้องขอเงินกู้ทั้งหมดราว 4,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 23% ของจีดีพี เพื่อมาอุ้มภาคธนาคารในประเทศ

แน่นอนว่าประเทศเล็กๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างไซปรัส คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงอียูที่จะเข้าไปช่วยอุ้ม หรือไม่ก็อาจไปหาเงินกู้ทวิภาคีกับประเทศใดประเทศหนึ่งได้ไม่ยากอย่างเช่นรัสเซีย หรือจีน

ถ้าถามว่าเล็กแค่ไหน ก็บอกได้ว่าเล็กในระดับประชากรเพียงแค่ล้านกว่าๆ เกาะแห่งนี้ไม่มีการผลิตอะไรสำคัญ แต่เน้นการเป็นสำนักงานของบริษัทต่างชาติโดยเฉพาะภาคการเงิน จากนโยบายภาษีต่ำเพื่อดึงดูดการลงทุนของต่างชาติ นอกจากนี้ก็มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่สำคัญ ทำให้เป็นประเทศเล็กที่รวยเพราะรายได้ต่อหัวโดยเฉลี่ยนั้นสูงกว่าระดับของสหภาพยุโรปเสียอีก

แต่การผูกติดเศรษฐกิจของตัวเองกับต่างชาติมากเกินไป ก็ได้สร้างผลเสียสำคัญในยามที่ยุโรปเจ็บหนัก คนไม่เที่ยว การค้าซบเซา การลงทุนก็เหือดหาย โดยเฉพาะไซปรัสนั้นเข้าไปลงทุนตราสารหนี้กรีซ ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลกรีซไว้มาก จึงย่อมเจ๊งมากไปตามระเบียบด้วย ซึ่งถ้ามองจากบริบทเดียวกันนี้ ก็น่าเป็นห่วงฝรั่งเศสที่เป็นเบอร์ 2 ของยุโรปในขณะนี้เหมือนกันเพราะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สุดอันดับ 1 ของกรีซ

ที่น่ากลัวก็คือ กรณีของไซปรัสนั้นเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าวิกฤตหนี้ยุโรป คือหนังรันทดเรื่องยาวที่ดูจะไม่จบง่ายๆ มีเหยื่อหน้าใหม่โผล่เข้ามาร่วมวงตลอด และมีแนวโน้มสูงว่าหนังเรื่องนี้ยังเดินมาไม่ถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่องด้วยซ้ำ

ปัญหาครั้งนี้อาจไม่มีจุดแตกหักเหมือนกับที่โลกเคยกลัวว่า กรีซจะต้องออกจากยูโรโซน เพราะทุกฝ่ายคงตระหนักดีถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา พูดง่ายๆ คือไม่ใช่วันสิ้นโลกแตกหักกันไปข้างหนึ่ง แต่จะเป็นสถานการณ์ที่ซึมลึกเจ็บยาว ค่อยๆ เจ๊ง ค่อยๆ เจ็บตัวกันไปทีละนิดสะสมต่อเนื่อง และอาจมีประเทศหน้าใหม่ทยอยเข้ามาขอกู้ให้ได้เห็นอีก อย่าลืมว่าปัญหาของกรีซนั้นเริ่มมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว และยังมองไม่เห็นทางออกจนถึงปัจจุบัน

ทำใจไว้ล่วงหน้าก็ดีค่ะ ปีนี้ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจมีเยอะกว่าข่าวดีแน่ๆ

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่