
ไทย...ตั้งรับทางสายไหม
เมื่อพูดถึงเส้นทางสายไหม ความคิดของหลายคนคงนึกไปถึงเส้นทางที่เริ่มต้นจากนครฉางอาน (ซีอาน)
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
เมื่อพูดถึงเส้นทางสายไหม ความคิดของหลายคนคงนึกไปถึงเส้นทางที่เริ่มต้นจากนครฉางอาน (ซีอาน) ของจีนมุ่งไปทางตะวันตกผ่านทะเลทรายของเอเชียกลางไปถึงยุโรปด้วยระยะทางนับหมื่นกิโลเมตร แต่ความจริงเส้นทางสายไหมมีหลายทิศทาง รวมถึงทางทะเลที่ผ่านมาทางภาคใต้ของไทย
มณฑลยูนนาน ถือเป็นประตูเข้าออกของเส้นทางสายไหมทิศหรดี หรือตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แต่โบราณเส้นทางนี้ใช้ขนส่งแพรไหม เครื่องเคลือบ ทองแดง ชา และหยก ผ่านเข้าพม่าผ่านออกไปยังอ่าวเบงกอล หรือมุ่งทางบกไปเรื่อยๆ ผ่านเข้าจีน เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง จนถึงยุโรป อีกเส้นทางหนึ่งผ่านลาว เข้าไทย ไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนเริ่มจริงจังกับการใช้ยูนนานเป็นปากประตูสู่เอเชียด้านทิศใต้ เริ่มต้นด้วยเส้นทางหลวงเชื่อมต่อคุนหมิงกับกรุงเทพฯ หรือ “คุนมั่นกงลู่” แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ สาย R3A ที่ผ่านเข้าทางลาว และ R3B ผ่านเข้าทางพม่า พร้อมสรรพทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ และท่าเรือที่ฝั่งไทยเพื่อไปสู่น่านน้ำทะเลจีนใต้
เส้นทางนี้แทบไม่มีปัญหา ยกเว้นท่าทีอิดออดจากฝ่ายลาวที่เห็นว่าตัวเองเป็นเพียงทางผ่าน ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือไทยกับจีน
ปัญหาทำนองนี้กำลังเกิดขึ้นกับเส้นทางสายไหมสายใต้ที่จีนเจาะ (หรือเปิดใหม่) เข้าทางพม่าเพื่อหวังใช้เป็นเส้นทางไปออกสู่อ่าวเบงกอล และดึงทรัพยากรธรรมชาติของพม่ามาป้อนแผ่นดินจีน
ทางสายนี้แบ่งเป็น 2 ทาง สายแรกเริ่มต้นที่เมืองรุ่ยลี่ของฝั่งจีนผ่านรัฐกะฉิ่นตอนล่างของพม่า ไปตั้งหลักที่เมืองมัณฑเลย์ ก่อนที่จะมุ่งตรงไปที่อ่าวงาปาลี เส้นทางสายที่ 2 ผ่านเมืองเถิงชงของจีนเข้าสู่รัฐกะฉิ่นตอนกลางตามเส้นทางสายใหม่สมัยโบราณ และทางยุทธศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง (Stilwell Road) มุ่งสู่อินเดียและตะวันออกกลาง ทั้งสองเส้นทางนี้ประตูเข้าออกที่รุ่ยลี่สำคัญที่สุด
ในความเป็นจริง เศรษฐกิจพม่าได้ประโยชน์ไม่น้อยโดยเฉพาะธุรกิจค้าหยกที่มีแหล่งทำเหมืองใหญ่ในรัฐกะฉิ่น แต่มีลูกค้าใหญ่สุดในจีน มีเมืองรุ่ยลี่เป็นแหล่งค้าวัตถุดิบและเมืองเถิงชงเป็นแหล่งแปรรูป ทั้งสองเมืองถือเป็นเมืองหลวงหยกของจีนก็ว่าได้ ทั้งยังเป็นแหล่งรายได้หลักสำหรับพม่าตอนเหนือ
เส้นทางนี้เริ่มต้นในยุครัฐบาลทหารพม่า มีการวางเส้นทางขนส่งและขนถ่ายก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นล่ำเป็นสัน พร้อมมองข้ามช็อตไปถึงเส้นทางเชื่อมต่อเข้าบังกลาเทศและอินเดีย อย่างไรก็ตาม หลังพม่าปฏิรูปเสียงคัดค้านเส้นทางใหม่ภาคใต้จากจีนเริ่มหนาหูขึ้น จนโครงการไปไม่ถึงไหน
อย่างไรก็ตาม จีนยังแสดงความกระตือรือร้นกับการเปิดพรมแดนทิศตะวันตกเฉียงใต้ และได้เชิญคณะนักข่าวจากประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้รับฟังบรรยายความคืบหน้าและรับทราบความพร้อมในการเปิดประตูเข้าสู่ประเทศเหล่านี้
ผู้อำนวยการสำนักศุลกากรเมืองรุ่ยลี่ เปิดเผยว่า เดิมรุ่ยลี่เป็นเมืองที่มีนักธุรกิจพม่าและเอเชียใต้เข้าออกคึกคักที่สุดอยู่แล้ว ล่าสุดมีการอัพเกรดด่านศุลกากรเพื่อรองรับการเปิดเสรีการค้าจีนอาเซียน และข้อตกลงกับกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (GMS) เฉพาะเมืองนี้แห่งเดียวมีด่านเข้าออกถึง 3 ด่าน มูลค่าการค้า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้ผ่านเข้าออก 10 ล้านคนต่อปี
แม้จะมีเส้นทางเชื่อมมาถึงไทย แต่เป้าหมายที่แท้จริงในการส่งเทียบเชิญครั้งนี้ก็เพื่อแสดงศักยภาพของเมืองหน้าด่านที่จะมุ่งไปสู่พม่าและเอเชียใต้มากกว่า โดยเฉพาะเมืองรุ่ยลี่ที่สินค้าจีนกว่า 80% ขายเข้าพม่า
แต่ก็ใช่ว่าไทยจะตั้งอยู่ในความประมาท
คณะกรรมการบริหารมณฑลยูนนานประกาศท่าทีชัดเจนแล้วว่า ชูวิสัยทัศน์ที่จะให้มณฑลนี้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภูมิภาคต่างๆ ทั้ง 4 ทิศ โดยมีสโลแกนว่า
“เชื่อมชายฝั่งตะวันออกผ่านกุ้ยโจวและกว่างซี ติดต่อจีนภาคกลางผ่านเสฉวนและฉงชิ่งทางเหนือ มุ่งสู่เพื่อนบ้านเวียดนาม ลาว ไทยและกัมพูชาทางใต้ และประสานพม่า อินเดีย และปากีสถานทางตะวันตก”
ไม่เพียงแต่คำพูดสวยหรูเท่านั้น แต่ทางการยูนนานยังปฏิบัติจริง ล่าสุดยังเปิดใช้สนามบินฉางสุ่ย สนามบินแห่งใหม่ในคุนหมิง สามารถรองรับผู้โดยสารกว่า 65 ล้านคนในแต่ละปี
เส้นทางสายไหมทิศหรดีไม่เพียงเปิดพรมแดนให้จีนเท่านั้น แต่ยังชูยูนนานเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภูมิภาคอื่นๆ ที่อาจบดบังรัศมีของอาเซียน และไทยให้มัวหม่น หากยังรีรอที่จะไล่ตามจีนให้ทัน







