posttoday
ถาม'ดต้ง'ตอบ'ตรง' ขุนคลังมือไม่ถึง

ถาม'ดต้ง'ตอบ'ตรง' ขุนคลังมือไม่ถึง

25 มิถุนายน 2555

ขณะที่กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังมาแรง โดยมีคนไกลจากดูไบส่งสัญญาณ

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ขณะที่กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังมาแรง โดยมีคนไกลจากดูไบส่งสัญญาณให้คนอยู่ในตำแหน่งเตรียมลุกจากเก้าอี้เปิดทางให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้ามานั่งตำแหน่งเสนาบดีบ้าง

“ตำแหน่งขุนคลัง” ตกเป็นเป้าหมายของ “กลุ่มเหล้าเก่าในขวดใหม่” ที่อยากสัมผัสเก้าอี้ตัวนี้เช่นกัน ทว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนั่งควบ รมว.คลัง คิดอย่างไร!?!

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนประชุม ครม.สัญจร กิตติรัตน์สละเวลามานั่งพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก บิ๊กโต้งจิบไวน์ตอบคำถามคาใจ

“เรื่องนี้ผมว่ามีคำตอบเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว เช่น จะปรับออกหรือไม่ เป็นเรื่องของท่านนายกฯ” กิตติรัตน์ ตอบคำถามเรื่องข่าวจะเหลือเพียงรองนายกฯ ตำแหน่งเดียว

ทั้งนี้ กิตติรัตน์รับรู้เสียงวิจารณ์ที่มีมาถึงเขาว่า เป็น รมว.คลัง แต่แทบไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาบริหารงานในกระทรวงการคลัง ทำให้ฝ่ายที่ต้องการให้ปรับ ครม.เสนอไปถึงคนไกลต่างแดน

“ผมไม่ได้มีหน้าที่นอกจากกระทรวงการคลัง ผมยังมีอีกสองหน้าที่ คือ หน้าที่เข้าทำเนียบฯ อีกหน้าที่ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติจริง เมื่อเวลามีร้อยส่วน ถ้าเขาจะตั้งความหวังให้ผมไปนั่งกระทรวงถึงเย็น ผมทำไม่ได้ ไม่เหมาะสม”

ถาม'ดต้ง'ตอบ'ตรง' ขุนคลังมือไม่ถึง

บิ๊กโต้งเคยเป็นรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก่อนจะมีการปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 ก็มาเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.คลัง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับ ถ้าเทียบการทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการคลัง ภารกิจขุนคลังหนักกว่า เพราะกระทรวงการคลังต้องดูแลรัฐวิสาหกิจถึง 150 แห่ง นอกจากนั้นเรื่องของกระทรวงอื่นๆ ที่มีความเห็น มีนโยบาย กระทรวงการคลังต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความเห็นเสมอ เพราะแต่ละเรื่องต้องใช้งบประมาณ จึงเป็นความรับผิดชอบ กระทรวงการคลังต้องตอบความเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร

ถามว่า ข้าราชการมองกิตติรัตน์ในฐานะ รมว.คลัง เป็นคนไม่มีฝีมือ

“ผมไม่เห็นว่าต้องมีความเห็นกับเรื่องที่คนมีความเห็นกับเราทุกเรื่องต่อตัวเรา หน้าที่คือเมื่อเป็นอะไรก็ทำให้ดีที่สุด เชื่อว่าผลลัพธ์ของสิ่งที่ทำจะเป็นคำตอบเอง แต่ว่าผมอาจไม่ถนัดเรื่องสร้างภาพแอ็กชัน เพราะฉะนั้นในแง่ป้าย บิลบอร์ด อาจไม่เห็นหน้าผม”

กิตติรัตน์ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของตัวเองว่า ได้ผลักดันหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ

“ผมทำจริงจัง ผมเซฟภาษีปีละ 6.8 หมื่นล้านบาท อย่างชนิดที่ในอดีตไม่มีใครสนใจแก้ไข เพราะฉะนั้นในมุมของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ระดับหนี้สาธารณะที่เป็นภาระงบประมาณ ผมถือว่าผมทำจริงจัง ส่วนคำว่ามีฝืมือ แก้ปัญหาจุกจิกมากมาย ผมอาจไม่เก่งก็ได้ ถามว่าบางเรื่องมีปัญหาผมเห็นไหม ก็พอเห็นนะ แต่เมื่อทนอยู่มาได้สิบๆ ปี ก็ทนอยู่ไปก่อนแล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่จะแก้ไขเสร็จเดี๋ยวนี้”

สำหรับคนที่วิจารณ์ว่า มือไม่ถึงนั้น กิตติรัตน์ บอกว่า น่ามาจากคนที่คาดหวังสูง เห็นทำได้แค่นี้ ก็มองมามือไม่ถึง

“ในมุมของผมคิดว่าใช้ได้ เมื่อทำได้แต่จะให้คะแนนตัวเองป่วยการ เพราะคนให้คะแนนบอกมือไม่ถึงไปแล้ว แต่คุณคิดดูหรือไปค้นดูก็ได้ ผมเคยพูดถึงความสามารถอย่างนี้ในบทความหรือในอดีตหรือเปล่า หน้าที่เราควบคุมความพยายามให้เกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วกัน ผลลัพธ์ได้เท่าไหร่ ไม่ได้เท่าไหร่ อยู่ที่ปัจจัยอื่นเป็นตัวประกอบด้วย แล้วต่อให้คุณได้เท่าไหร่ เมื่อคุณทำร้อย คนอาจบอกว่าไม่ดีพอก็ได้ เพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของเขาที่จะพิจารณา เพราะฉะนั้นหน้าที่เราทำให้เต็มความสามารถ”

เจ้าตัวยังเล่าถึงผลงานอันเป็นจุดยืนมั่นคงตัวเองด้วยว่า อย่างนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท แม้คนวิจารณ์จะมีปัญหาตามมา แต่ผมยืนยันที่จะทำ เพราะเห็นว่าผลดีมีมากกว่าผลเสีย นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการร่วมคิดร่วมทำกับทีมงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แม้ฝ่ายค้านจะออกมาคัดค้าน ผู้ประกอบการโรงงานไม่เห็นด้วยขู่ว่าจะอยู่ไม่ได้ เราก็พยายามชี้แจงอ้อนวอนผู้ประกอบการ โรงงานให้เห็นถึงความสำคัญนโยบายนี้

“ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องถูกต้อง และนาทีนี้ชัดเจนว่าผู้มีรายได้น้อยมากๆ เหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง รายได้จากค่าจ้างเพิ่มขึ้นถูกนำไปจับจ่ายใช้สอย พิสูจน์ได้ภาษีในระบบก็ขยับขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเต็มที่กับผม แต่กระบวนการทำงานคุยใกล้ชิด คุยปลัดอุตสาหกรรม ทั้งกราบไหว้วิงวอนขอร้อง ผู้ประกอบการที่ไม่ยอม ผมก็บอกช่วยไม่ได้ ผมจะทำซะอย่าง ในมุมเหนียวแน่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น” กิตติรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน