
กลัวยุโรปเบี้ยวแห่ทำประกันส่งออก
เอกชนกลัวลูกค้าชำระเงินช้าจากปัญหาเศรษฐกิจ-สอท.เชื่อปีนี้ส่งออกโตแค่9%เท่านั้น
เอกชนกลัวลูกค้าชำระเงินช้าจากปัญหาเศรษฐกิจ-สอท.เชื่อปีนี้ส่งออกโตแค่9%เท่านั้น
ผู้ส่งออกหวั่นวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปยังไร้แววฟื้น แห่ทำประกัน ลูกค้ายุโรปเบี้ยวเงินอื้อ คาดปีนี้ยอดส่งออกภาพรวมโต 9% ก็เจ๋งแล้ว หลังเศรษฐกิจยุโรปติดลบ
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปที่ทรุดตัวอย่างหนัก ส่งผลให้ขณะนี้ผู้ประกอบการส่งออกหันไปทำประกันการส่งออก เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากการซื้อขายในกลุ่มประเทศยุโรปไม่มีการออกหนังสือค้ำประกันระหว่างประเทศ (แอลซี) ใช้เพียงตั๋วสัญญาค้าขายธรรมดา จึงเสี่ยงต่อการถูกเบี้ยวหรือจ่ายล่าช้า
นอกจากนี้ ผู้ส่งออกยังทำประกันความเสี่ยงค่าเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากค่าเงินบาทขณะนี้เริ่มผันผวนจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวไปทั่วโลก ทำให้นักลงทุนถอนเงินกลับไปไว้ประเทศตัวเอง ซึ่งส่งผลทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง แต่โชคดีที่ค่าเงินอ่อนค่าเหมือนกันทั่วภูมิภาค จึงไม่กระทบต่อผู้ส่งออกมากนัก และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะใช้นโยบายตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3% เพื่อป้องกันไม่ให้เงินจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาประเทศไทยมากเกินไป และทำให้ค่าเงินบาทผันผวน
ทั้งนี้ วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ในกลุ่มประเทศยุโรปครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ตลาดส่งออกหลักของไทยลดลงแล้ว ยังกระทบต่อตลาดส่งออกในประเทศอื่นๆ ด้วย โดยมองว่าปีนี้ภาพรวมยอดส่งออกของไทยหากทำได้ที่ระดับ 9% จากเป้าที่ตั้งไว้ 15% ก็ถือว่าเก่งแล้ว
สำหรับสัดส่วนการส่งออกของไทยไปกลุ่มยุโรป 15 ประเทศ ในปี 2554 ที่ผ่านมา มีสัดส่วนประมาณ 9.5% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น คาดว่าจะทำให้การส่งออกไปยุโรปในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ลดลง 15.616% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว กระทบต่อเป้าส่งออกของไทยไปยังอียู จากเดิมคาดว่าจะส่งออกได้ประมาณ 2.63 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อาจต้องลดลงเหลือ 2.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือน้อยกว่านี้
อย่างไรก็ตาม หากจะทำให้ยอดการส่งออกของไทยปีนี้ได้ 15% ตามเป้าที่ตั้งไว้ จะต้องผลักดันให้การส่งออกในช่วง 8 เดือนสุดท้ายที่เหลือ (พ.ค.-ธ.ค. 2555) ส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 2.79 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวเฉลี่ย 23.55%
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้าโลกได้ลดลงต่อเนื่อง ปีนี้ลดลงเหลือ 4% จากที่เคยสูงถึง 6% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอยมาตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ ลากยาวมาถึงวิกฤตการเงินในยุโรป ขณะที่ก่อนหน้านี้ประเทศจีนได้ปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลง จากที่ตั้งเป้าไว้ 8% ลดลงเหลือ 7.5% ทำให้กำลังซื้อในตลาดโลกลดลง กระทบมาถึงภาคการผลิตในประเทศไทย ที่สินค้าบางกลุ่มเริ่มส่งสัญญาณว่าปีนี้จะทำไม่ได้ตามเป้า
ขณะที่ 12 กลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต้องจับตาเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และสิ่งทอ เป็นต้น
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.มีแผนจะสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการ ในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและความเสี่ยงทางด้านสินเชื่อ ที่อาจจะมีเพิ่มขึ้นในฝั่งของผู้นำเข้าจากกลุ่มสหภาพยุโรปให้มีเครื่องมือรับความเสี่ยงได้มากขึ้นด้วย รวมถึงจะสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์กระจายความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในต่างประเทศ และการให้สินเชื่อที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้ดีขึ้นด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติม







