
ระทึก!แก้รธน.ส่อแท้งวสันต์ชี้เข้าข่ายล้มล้าง
“วสันต์” รับแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครองได้ แม้จะตีกรอบห้ามแตะสถาบัน แต่อำนาจชี้ขาดอยู่ที่ประธานสภาคนเดียว
“วสันต์” รับแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครองได้ แม้จะตีกรอบห้ามแตะสถาบัน แต่อำนาจชี้ขาดอยู่ที่ประธานสภาคนเดียว
นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยในงานสัมมนาระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณีรัฐสภายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 หรือไม่ ศาลได้ดูการพิจารณาของสภา วาระ3 เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะรัฐสภาชุดนี้พิจารณากฎหมายแบบขายขาด แล้วโยนภาระให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ
“แม้จะมีกรอบว่าไม่แตะต้อง หมวด 1 และหมวด 2 แต่ถ้าเขาร่างมาแล้วแตะล่ะใครจะทำไม อ๋อไม่เป็นไรมีประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าประธานสภาเห็นว่าให้ลงมติเลย เวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรได้อีก เพราะเมื่อมีผลเป็นการลงประชามติไปแล้ว ผมขอย้ำเลยว่าถ้าเชื่อถือในบุคคล ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย” นายวสันต์ กล่าว
นายวสันต์ กล่าวว่า เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญ เวลานี้ยังไม่เห็นว่าจะมีใครออกมาปฏิเสธสักคำ จึงเป็นเรื่องตลกเมื่อโจทย์ยื่นฟ้องจำเลย แทนที่จำเลยจะชี้แจงข้อกล่าวหา กลับมาเล่นงานศาลรัฐธรรมนูญถือว่าแปลกมาก
ทั้งนี้ ประชาธิปไตยของไทยแปลก เพราะถ้ามีจำนวนคนมาชุมนุมมากก็สามารถเรียกร้องได้ เอารถสิบล้อปิดถนน คนอื่นเดือดร้อนก็บอกว่าต้องทนไป ผู้ที่ทำเช่นนี้เขาลืมนึกไปว่าสิทธิต้องอยู่คู่กับหน้าที่ เราต้องไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่นจึงจะถูกต้อง เราด่าๆๆๆ แต่ถ้าคนอื่นด่าเราไม่ยอม
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา โฆษกศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อให้มีคำสั่งถอนคำอนุญาตปล่อยชั่วคราว นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ในคดีก่อการร้าย หลังจากเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2555 นายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ จึงสงสัยว่าศาลรัฐธรรมนูญเอาอำนาจอะไรมายื่น เพราะอำนาจหน้าที่ในการถอนประกัน เป็นของอัยการ
นายจตุพร เปิดเผยว่า การวิจารณ์การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับคดีก่อการร้าย จึงอยากถามว่าศาลรัฐธรรมนูญทำเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่
“ศาลรัฐธรรมนูญคิดว่าตัวเองเป็นใคร จึงกระทำการขยายอาณาเขตได้ อีกทั้งการปราศรัยนั้นเป็นสิทธิของพลเมืองที่สามารถพึงกระทำได้” นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ศาลอาญาได้นัดสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะไปตามนัดหมาย และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ถือว่าความอยุติธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว
นายจตุพร กล่าวถึงข้อเสนอจากแกนนำ นปช. ให้ลงเลือกตั้งซ่อมแทนนายการุณ โหสกุล สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบแดง ว่าหลายคนคงคิดว่าจะเอานายการุณไว้เป็น สส.ดี หรือให้นายจตุพรเข้าไปดี หากนายการุณถูกศาลฎีกาให้หลุดจากตำแหน่งจริง ก็พร้อมจะเข้าไปเป็นแทน แต่ตอนนี้เมื่อชั่งน้ำหนักดู ยังอยากให้นายการุณเป็น สส.ต่อไปดีกว่า







