posttoday
เปลี่ยนผู้บริหาร "การเมือง" เปลี่ยนมาตรการ แก้วิกฤตยูโรโซน?

เปลี่ยนผู้บริหาร "การเมือง" เปลี่ยนมาตรการ แก้วิกฤตยูโรโซน?

22 มิถุนายน 2555

ประเทศเล็กๆ ในยุโรปอย่างกรีซ ถึงแม้ไม่ใช่มหาอำนาจของโลก

โดย...ปานปรีย์ พหิทธานุกร

ประเทศเล็กๆ ในยุโรปอย่างกรีซ ถึงแม้ไม่ใช่มหาอำนาจของโลก แต่กลับสามารถทำให้ผู้คนทั่วโลกเฝ้าติดตามผลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2555 ได้อย่างใจจดใจจ่อ ก็เพราะกรีซเป็นจุดเริ่มต้นและยังเป็นปัญหาของวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป ที่สหภาพยุโรปพยายามช่วยแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะการเมืองของกรีซ ย่อมมีผลต่อการกำหนดนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤตหนี้สาธารณะของกรีซที่ยาวนานมาถึง 2 ปี จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน

ในช่วงที่ผ่านมาสหภาพยุโรปพยายามหาวิธีการแก้วิกฤตการณ์หนี้ของกรีซด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่รัฐบาลให้นำไปชำระหนี้ภาครัฐ แต่ก็ต้องแลกกับเงื่อนไขที่ให้รัฐบาลกรีซลดค่าใช้จ่ายภาครัฐลง (เพื่อมิให้สร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม) ซึ่งเป็นการมัดมือมิให้กรีซมีงบประมาณในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จนกลายเป็นประเด็นลุกลาม ทำให้ประชาชนออกมาต่อต้านแผนการช่วยเหลือของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกจะมีความแข็งแรงหรืออ่อนแอ ขึ้นอยู่กับ 3 เสาหลักของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน เมื่อ 2 เสาหลักอย่างสหรัฐอเมริกาที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ และยังเปราะบางอยู่ รวมทั้งสหภาพยุโรปที่ยังจมอยู่กับปัญหาที่ไม่มีทางออก

ความหวังสุดท้ายที่มีอยู่ คือ จีน ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่การรับภาระดังกล่าวทำให้จีนต้องระมัดระวังปัญหาเงินไหลเข้าที่จะทำให้ค่าเงินแข็งค่ามากเกินไป อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วเกินไป จนสร้างปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ หากไม่ระมัดระวังอาจลุกลามไปเป็นปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่ได้ รัฐบาลจีนจึงได้มีมาตรการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจลง ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกวันนี้อยู่ในสภาพที่รอคอยและเฝ้าระวัง (Wait and See)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังชะลอดูอยู่นี้ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในของกรีซเมื่อรวมกับปัญหาหนี้สาธารณะ ได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเพิ่มมากขึ้น และการที่ปัญหานี้ยังคาราคาซังอยู่ ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลขยายขอบเขตไปจากปัญหาระดับประเทศ ไปถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ออกไปสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ในโลก

ที่เห็นได้ชัด คือ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้มีคำแถลงต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555 จากการประชุมร่วมผู้นำ G8 ว่า อยากเห็นความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างมาตรการการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อมาตรการรัดเข็มขัด (Growth VS. Austerity) โดยเน้นว่ามาตรการที่เหมาะสมจะต้องคำนึงถึงมาตรการที่ทำให้เกิดการจ้างงานขึ้นด้วย

ส่วน อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี หนึ่งในสมาชิก G8 ถึงแม้จะยืนยันให้กรีซคงมาตรการรัดเข็มขัดต่อไป แต่ก็เริ่มแสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยเห็นว่าควรมีมาตรการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ ส่วนนโยบายการลดการขาดดุลงบประมาณลงยังคงเหมือนเดิม ซึ่ง อังเกลา แมร์เกิล สรุปว่า ทั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลดการขาดดุลงบประมาณ ทั้งสองส่วนนี้จะเสริมซึ่งกันและกันได้

การประชุม G8 ครั้งนี้ดูเหมือนผู้นำแต่ละประเทศจะใช้ความระมัดระวังในกาแสดงความคิดเห็นเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในเชิงนโยบายมากขึ้น ซึ่งรวมทั้งสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งฟื้นจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2551 จึงมีความต้องการอย่างมากให้ยูโรโซนแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพราะเกรงว่าถ้ายูโรโซนมีปัญหาไปมากกว่านี้อาจหวนกลับมาฉุดเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาลงไปอีก

นอกจากนั้น ในปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ด้วย จึงต้องการให้เกิดผลงานที่เด่นชัดทั้งในเวทีระดับประเทศและในเวทีโลก

หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นในบ้านเราตั้งแต่ปี 2540 ไล่มาถึงวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์และวิกฤตยูโรโซนในวันนี้ เราจะเห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศควรมีแนวทางเป็นของตนเอง ที่ไม่ใช่ “สูตรสำเร็จ” เพราะปัญหาแต่ละประเทศเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่มีทางที่จะใช้แนวทางเดียวกันในการแก้ไขปัญหาได้

ปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ดังนั้น ผู้นำของแต่ละประเทศจึงมีความสำคัญยิ่งในการตีโจทย์ปัญหาให้ออก เพื่อออกมาตรการการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดที่สุด ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจให้มากที่สุด

หากมองกรณีของกรีซ ซึ่งในวันนี้พรรค New Democracy ชนะการเลือกตั้ง อาจทำให้ฝ่ายให้กลุ่มผู้นำในสหภาพยุโรปคลายความกังวลไปได้ในระดับหนึ่งว่า อย่างน้อยรัฐบาลใหม่ก็ยังคงมีนโยบายที่สอดคล้องกับแนวทางของสมาชิกยูโรโซน คือ คงมาตรการรัดเข็มขัดเอาไว้

แต่ขณะเดียวกัน ก็อย่าลืมว่าพรรค New Democracy ซึ่งเป็นผู้บริหารรัฐบาลมาก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดจนก่อให้เกิดหนี้สินล้นพ้นตัว

ดังนั้น การตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดว่าจะมีบุคคลหน้าเดิมๆ กลับเข้ามาบริหารประเทศ อาจเกิดวิกฤตศรัทธาได้อีกครั้ง เพราะยังมองไม่ออกว่าบุคคลเดิมๆ ที่เคยบริหารผิดพลาด จะมีมาตรการใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้อย่างไร

ทางออกของกรีซและของสหภาพยุโรปที่แท้จริงในวันนี้ อาจกลับไปสู่จุดที่ต้องตั้งคำถามกันอีกครั้งว่า ตราบใดที่ฝ่ายการเมืองมี นโยบายเศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาควรอยู่ที่การเปลี่ยน “ผู้บริหาร” หรือเปลี่ยน “มาตรการ” กันแน่

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม