
ต้องเอาผิดรายการ
แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะลงโทษปรับสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 จำนวน 5 แสนบาท ฐานปล่อยให้มีการแพร่ภาพสาวเปลือยอกระบายสีวาดภาพ ในรายการไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ซึ่งถือเป็นการลงโทษปรับขั้นสูงสุดตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แต่ความรับผิดชอบค่าปรับ 5 แสนบาท ของช่อง 3 เทียบไม่ได้เลยกับผลกระทบทางสังคม และยังไม่เห็นว่า บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้ผลิตรายการดังกล่าว จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะลงโทษปรับสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 จำนวน 5 แสนบาท ฐานปล่อยให้มีการแพร่ภาพสาวเปลือยอกระบายสีวาดภาพ ในรายการไทยแลนด์ ก็อตทาเลนต์ ซึ่งถือเป็นการลงโทษปรับขั้นสูงสุดตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แต่ความรับผิดชอบค่าปรับ 5 แสนบาท ของช่อง 3 เทียบไม่ได้เลยกับผลกระทบทางสังคม และยังไม่เห็นว่า บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้ผลิตรายการดังกล่าว จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
ข้ออ้างของผู้บริหารบริษัท เวิร์คพอยท์ฯ ที่ว่า ได้เซ็นเซอร์ปกปิดไม่ให้เห็นหน้าอกเปลือยของผู้ร่วมประกวดคนนี้แล้ว แต่การปกปิดโดยทำภาพเบลอนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ ฟังไม่ขึ้น เพราะทีมงานรายการย่อมทราบอยู่แล้วว่า หญิงสาวที่มาร่วมรายการนั้นจะแสดงอะไร และแสดงอย่างไร ทีมงานรายการย่อมทราบว่า การเปลือยอกของสุภาพสตรีในที่สาธารณะนั้น ขัดต่อศีลธรรมและประเพณีอันดีงาม และยังมีโทษทางอาญาฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล หรือการกระทำลามก
แม้จะเป็นผู้ผลิตรายการโชว์ รายการบันเทิง แต่ทีมงานรายการก็มีฐานะเป็นสื่อมวลชน ดังนั้นทีมงานและผู้บริหารเวิร์คพอยท์ฯ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้ศีลธรรมอันดี โดยปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นแพร่ภาพทางสื่อไปยังผู้ชมทั่วประเทศ ในช่วงเวลาที่เด็กและเยาวชนอาจมีโอกาสได้รับชมด้วย
และหากจะอ้างว่าเป็นการแสดงออกทางศิลปะ มิใช่การอนาจารนั้น ก็ยิ่งไม่ใช่เหตุผลที่รับฟังได้เลย เพราะการวาดภาพเปลือยของจิตรกร หรือแม้แต่นักศึกษาด้านศิลปะนั้น จะทำในสถานที่อันมิดชิด และที่สำคัญคือให้เกียรติต่อนางแบบ จะวาดภาพได้เฉพาะในช่วงเวลาที่ได้ตกลงไว้กับนางแบบ จะไม่มีการถ่ายภาพนางแบบไว้เพื่อเป็นแบบวาดต่อไป
แต่สิ่งที่ทีมงานรายการนำภาพช่วงที่หญิงสาวคนนี้กำลังหันหลังจะถอดเสื้อชั้นใน มาเป็นสปอตโฆษณารายการติดต่อกันหลายวันก่อนจะแพร่ภาพรายการที่บันทึกเทปไว้ ทำให้เห็นว่าทีมงานจงใจเจตนาที่จะใช้ประเด็นทางเพศเป็นจุดโฆษณาดึงดูดให้ผู้ชมติดตามรายการ ไม่ใช่การขายความสามารถของผู้ร่วมรายการดังที่กล่าวอ้าง
สิ่งเหล่านี้เป็นความบกพร่องในการใช้เหตุผล ละเลยต่อบทบาทที่จะต้องใส่ใจต่อผลกระทบทางสังคม ดังนั้นแค่การปรับสถานีโทรทัศน์อาจไม่เพียงพอ ที่จะป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะค่าปรับ 5 แสนบาทนั้น เทียบไม่ได้เลยกับรายได้จากการโฆษณานาทีละหลายล้านบาท
อำนาจหน้าที่ของ กสทช.นั้น เพียงแค่ควบคุมสถานี ดังนั้นจึงควรใช้กรณีนี้เป็นตัวอย่าง ในการให้สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ได้กำหนดมาตรการควบคุมผู้ผลิตรายการอย่างหนักแน่นเป็นบรรทัดฐาน รวมทั้งมีบทลงโทษ เพื่อมิให้การอ้างความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำร้ายสังคมอีกต่อไป







