
หมอกควันทึบคลุมใต้
หมอกควันอินโดฯ มืดครึ้มหนักขึ้น หวั่นกระทบสนามบินสงขลานราธิวาส
หมอกควันอินโดฯ มืดครึ้มหนักขึ้น หวั่นกระทบสนามบินสงขลานราธิวาส
สถานการณ์หมอกควันจากควันไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่พัดเข้ามาปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อย่าง จ.สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในช่วง 34 วันที่ผ่านมา สร้างผลกระทบมากขึ้นเป็นลำดับ ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 21 มิ.ย. ทัศนวิสัยท่าอากาศยานนราธิวาสและสงขลา จากที่เคยมองเห็นในระยะ 20 กิโลเมตร ลดลงเหลือแค่ 8 กิโลเมตร แม้ว่าจะสามารถนำเครื่องบินขึ้นลงได้ตามปกติ แต่หากสถานการณ์หนักขึ้น ทัศนวิสัยต่ำกว่า 3 กิโลเมตร ก็จะกระทบต่อการบิน
จ.สงขลา ปริมาณหมอกควันหนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า บดบังทัศนียภาพจนมองไม่เห็นปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา สะพานติณสูลานนท์หรือแม้แต่เกาะแมว บริเวณแหลมสมิหลา ชาวประมงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากหมอกควันปกคลุมหนาแน่นกว่าทุกวัน
ด้านฝั่งอันดามัน ที่ จ.สตูล เป็นที่รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จากเกาะสุมาตรา อินโดนีเซียโดยตรง หมอกควันหนาแน่นมากขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 มิ.ย. เรือโดยสารตามเกาะต่างๆ และแผ่นดินใหญ่ ต้องใช้เวลานานขึ้น เนื่องจากต้องขับเรืออย่างระมัดระวัง
ทั้งนี้ คุณภาพอากาศจากการตรวจสอบจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติของสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 16 พบว่าทั้ง จ.สงขลา นราธิวาส และยะลา คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และค่าเฉลี่ยของฝุ่นละอองขนาดเล็กเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้จังหวัดละ 2,000 ชิ้น และเตรียมสำรองไว้อีก 1 หมื่นชิ้น โดยโรคที่ต้องเฝ้าระวังมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มโรคทางเดินหายใจและกลุ่มโรคตาอักเสบ นอกจากนี้ยังมีโรคผิวหนังอักเสบและผู้มีโรคประจำตัว เช่น ถุงลมโป่งพอง หอบ ภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องระมัดระวังมากขึ้น







