
บริษัทเจ๊งระนาว
ไร้แววผงกหัวเดือนพ.ค.ยอดปิดกิจการพุ่ง39%สวนทางเปิดใหม่เพิ่มแค่1%
ไร้แววผงกหัวเดือนพ.ค.ยอดปิดกิจการพุ่ง39%สวนทางเปิดใหม่เพิ่มแค่1%
ยอดธุรกิจเจ๊งเดือน พ.ค. ยังพุ่งต่อ 39% เงินลงทุนหายจากระบบ 4,520 ล้านบาท พาณิชย์ แจงไม่เกี่ยวขึ้นค่าจ้าง
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนเลิกกิจการทั่วประเทศของนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และบริษัทจำกัด เดือน พ.ค. 2555 มี 948 ราย เพิ่มขึ้น 39% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีก่อน จดทะเบียนเลิก 681 ราย และเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน ที่จดทะเบียนเลิกกิจการ 797 ราย มีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการคิดเป็นมูลค่า 4,520 ล้านบาท
ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 30% ของการจดทะเบียนเลิกทั้งหมด คือ บริการนันทนาการ 127 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 119 ราย อสังหาริมทรัพย์ 41 ราย ส่งผลให้ 5 เดือน (ม.ค.พ.ค.) เลิกกิจการ 4,532 ราย เพิ่มขึ้น 19% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่จดทะเบียนเลิก 3,797 ราย
อย่างไรก็ตาม การเลิกกิจการไม่ได้เป็นผลจากการขึ้นค่าจ้าง แต่จากการสำรวจข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าผู้ประกอบการมีปัญหาภายในเอง เช่น ความขัดแย้งหุ้นส่วน ปัญหาสุขภาพ หลายบริษัทรับงานจากรัฐ เมื่อหมดสัญญาก็เลิกกิจการ
ขณะที่ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือน พ.ค. มี 4,906 ราย เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีก่อน ที่มียอด 4,862 ราย แต่เพิ่มขึ้นถึง 21% เทียบกับเดือน เม.ย.ปีเดียวกัน ที่มีจัดตั้ง 4,041 ราย ทุนรวม 2.4 หมื่นล้านบาท
ธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คิดเป็น 22% ของการจดทะเบียนจัดตั้งทั้งหมด คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 443 ราย บริการนันทนาการ 326 ราย อสังหาริมทรัพย์ 288 ราย ส่วนสาเหตุที่ยอดมูลค่าจัดตั้งสูงกว่าปริมาณจัดตั้งมาก เนื่องจากมี 3 บริษัทรายใหญ่จัดตั้งโดยใช้ทุนจดทะเบียนสูงมาก ซึ่งอยู่ในกลุ่มผลิตยางบริสโตร์ และธุรกิจอสังหาฯอีก 2 บริษัท เมื่อรวม 5 เดือน จัดตั้งใหม่ 2.52 หมื่นราย ลดลง 3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดจัดตั้ง 2.61 หมื่นราย สาเหตุเนื่องจากยอดการจัดตั้งช่วงต้นปีที่ผ่านมาลดลง เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถเดินทางมาจดทะเบียนได้ แต่ได้เริ่มฟื้นตัว โดยมีการจัดตั้งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนในเดือนพ.ค.นี้ ส่วนแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจในเดือนต่อไปคาดว่าจะสูงขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ยังดีอยู่
++สำหรับการตรวจสอบคนไทยถือครองที่ดินแทนต่างชาติ (นอมินี) เพื่อทำพื้นที่เกษตรกรรมในไทยนั้น ได้มีการสุ่มตรวจอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดลงไปตรวจสอบพื้นที่ในจ.ตราด ระยอง จันทบุรี และจะการสุ่มตรวจในพื้นที่ปลูกข้าว เพราะเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจดทะเบียนเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้น ยังไม่สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยว่ามีปัญหาโครงสร้าง เนื่องจากการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ยังมียอดสูงอยู่ ซึ่งเป็นไปตามวัฏจักรของธุรกิจ โดยสาเหตุที่ยอดการเลิกสูงอาจเกิดจากปัญหาด้านบริหารจัดการของธุรกิจเอง ส่วนเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน อาจมีผลกระทบให้บางธุรกิจปิดกิจการ แต่ก็ยังไม่มาก อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลหาข้อมูลเชิงลึกว่าธุรกิจที่ปิดกิจการมีโครงสร้างธุรกิจเป็นอย่างไร เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคต







