
เจรจาลับ ระเบิดใสทักษิณ ปรองดองสะเทือน
จับสัญญาณ “เจรจาลับ” ตามปากคำ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ซึ่งล่าสุดขยายผลเปิดรายละเอียดเป็น “2 สุภาพสตรี 1 สุภาพบุรุษ”
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
จับสัญญาณ “เจรจาลับ” ตามปากคำ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ซึ่งล่าสุดขยายผลเปิดรายละเอียดเป็น “2 สุภาพสตรี 1 สุภาพบุรุษ” คนกลางเดินเกมปรองดองทางเลือกฉบับ “เพื่อไทยประชาธิปัตย์”
ตอกย้ำให้เห็น “เกมหลายหน้า” ของ “คนแดนไกล” ที่ไม่ได้หวังแค่ฝากผีฝากไข้ไว้กับแรงหนุนคู่ขนาน “เพื่อไทยเสื้อแดง”
เวลานี้แสดงให้เห็นแล้วว่า “เสียงข้างมาก” ไม่อาจดันภารกิจเร่งด่วนเดินหน้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ให้ไปจนถึงฝั่งฝัน เมื่อสุดท้ายไม่อาจฝืนฝ่ากระแสต้าน จำเป็นต้องพับโครงการ เก็บแรงไว้สู้ใหม่ยกหน้า หลังเปิดสมัยประชุม เดือน ส.ค.นี้
แม้ “เกมบนดิน” จะดุเดือดจนหวั่นวิตกกันว่าความรุนแรงจะกลับมาซ้ำรอยอีกรอบ แต่ “เกมใต้ดิน” ที่เคลื่อนไหวกันลับๆ มาตั้งแต่ช่วงต้นปี หลังวิกฤตน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย
เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค.ก.พ. “2 สตรี” ที่ว่ากันว่าเป็นชั้นระดับอีลิท พยายามต่อสายให้ “สุเทพ” เดินทางไปพบ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
หลัง “สุเทพ” ได้ตัดเยื่อใยด้วยการปฏิเสธว่า ไม่ได้มีอำนาจเป็นเลขาธิการพรรคเหมือนแต่ก่อนและไม่ได้นั่งเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ความพยายามยังมีต่อเนื่อง และยอมแม้กระทั่งหาก “สุเทพ” จะเดินทางไปต่างประเทศ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ก็พร้อมจะเดินทางมาพบ
ทว่าความพยายามเหล่านี้ยังเป็นหมันต่อไป...
จนสุดท้ายเปลี่ยนคนกลางมาเป็น “สุภาพบุรุษ” ที่ติดต่อ “สุเทพ” เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 17.45 น. สปอตไลต์จับจ้องไปที่ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ว่ากันมาว่ารับหน้าเสื่อประเดิมงานนี้หลังพ้นหลังคาบ้านเลขที่ 111 หมาดๆ
บางกระแสมองว่าเป็น “บิ๊กเติ้ง-บรรหาร ศิลปอาชา” ที่รับหน้าที่เดินเกมนี้ เมื่อถนนปรองดอง ของ “เสธ.หนั่น-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์” ดูจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน
ยังไม่รวมกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่มีความพยายามใช้สัมพันธ์เก่าก่อนของ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กรุยทางสัมพันธ์กับประชาธิปัตย์ แต่ก็เป็นหมันแต่ต้น
จับสัญญาณการเปิดประเด็นเรื่องนี้ของ “สุเทพ” นอกจากเป็นการแลกหมัด “ก่อแก้ว พิกุลทอง” ที่เปิดประเด็น “ส.” เดินสายล็อบบี้พรรคร่วมล้มรัฐบาล
การเปิดหน้าทิ้งหมัดแล้วถอยฉากออกมาดูเชิงของ “สุเทพ” ครั้งนี้ ยังเป็นการ “สร้างราคา” เพิ่มน้ำหนักการต่อสู้ให้ตัวเอง หลังจากประกาศจุดยืนเดินหน้าค้านทุกรูปแบบต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อรู้อยู่แล้วว่าไม่อาจร่วมทางกับเพื่อไทยได้
“เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับ ทุกครั้งติดต่อกับผม ผมได้เรียนหัวหน้าพรรค ผู้ใหญ่ของพรรคทราบว่าเขาพยายามทำอย่างนี้ เพราะกลัวคนเหล่านี้ จะบิดเบือนข้อเท็จจริงใส่ร้าย แล้วทำให้คนเข้าใจผมผิด นายกฯ ยิ่งลักษณ์ รู้อยู่แก่ใจ ผู้หลักผู้ใหญ่ในเพื่อไทยหลายคนรู้แก่ใจ ถ้าไม่อยากพูดความจริงก็ไม่ต้องออกมาพูด
...ต่อไปนี้อย่ามาตอแย เซ้าซี้ ผมไม่เกี้ยเซี้ย ไม่ร่วมมือด้วย ไม่ต้องส่งมาอีกแล้ว ผมไม่เชื่อทักษิณ ไม่ต้องการเป็นคนรับใช้ทักษิณ ให้พวกณัฐวุฒิ จตุพร รับใช้ไป ไม่ใช่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” สุเทพ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่เอาด้วยกับดีลครั้งนี้
แน่นอนว่าข้อเสนอต่างๆ ที่ดึงให้ประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้รัฐมนตรี คดีความต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ไปจนถึงคดี “ที่ดินเขาแพง” ของลูกชายสุเทพ ทว่าไม่อาจเป็นเหตุผลให้ประชาธิปัตย์นำเอาอนาคตของพรรคที่เดินมากว่า 65 ปี ไปเสี่ยงได้
เมื่อรวมกับจุดยืนของพรรคที่อยู่คนละฝั่งกับเพื่อไทยมาโดยตลอด และยังประกาศชัด “จุดยืน” ที่ค้านทั้ง พ.ร.บ.ปรองดอง และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบหัวชนฝา การกลืนน้ำลายตัวเอง ย่อมส่งผลต่ออุดมการณ์และอนาคตในระยะยาวของพรรค
ที่สำคัญ “แผลเก่า” เมื่อครั้งเคยรับอาสาเป็นคนกลาง “เคลียร์” ทางออกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อตัดสินใจยุบสภา และประชาธิปัตย์รวมทั้งพรรคเล็กขณะนั้นตัดสินใจบอยคอตไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งจนอาจติดเงื่อนไขได้คะแนนเสียงไม่เกิน 20% ในหลายพื้นที่ จน “สุเทพ” หาทางออกด้วยการเจรจากับพรรคขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้ไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่สุดท้ายก็ถูกพลิกเกมไปเจรจากับพรรคเล็กอื่นๆ แทน
ปมนี้ยังฝังใจ ทำให้ “สุเทพ” ไม่ยอมถูกหลอกอีกครั้ง
อีกด้านหนึ่งการออกมาเปิดประเด็นเรื่อง “เจรจาลับ” จากฝั่งประชาธิปัตย์ ยังช่วยขยายรอยร้าวให้เกิดขึ้นในหมู่เพื่อไทยและเสื้อแดง เพราะการดึง “ประชาธิปัตย์” เข้าไปแชร์อำนาจ ย่อมต้องข้ามหัวคนที่ต่อคิวอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเสื้อแดงที่ยังเศร้ากับอารมณ์ถีบหัวเรือส่งในช่วงที่ผ่านมา
สิ่งที่ประชาธิปัตย์จะได้ประโยชน์อีกด้านหนึ่งคือ การเปิดประเด็นสร้างหัวเชื้อไปขยายผลต่อในเวทีเสวนา “ผ่าความจริง หยุดกฎหมายล้างผิดคนโกง” ที่เริ่มต้นไป 3 เวทีในกรุงเทพมหานคร (กทม). และกำลังจะขยายออกไปสู่ต่างจังหวัด ที่วางคิวมีเวทียาวตลอดช่วงปิดสมัยประชุม
การปูดเรื่องเจรจาลับดอกนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในหมากขยับของประชาธิปัตย์ที่จำต้องปลุกแนวร่วมสร้างมวลชนให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับศึกครั้งใหม่ที่จะเริ่มต้นอีกครั้งในสมัยประชุมหน้า
แผนปรองดองลับในสไตล์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ทอดมาสู่พรรคประชาธิปัตย์แลกด้วยเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเป้าหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทย จึงล้มครืน เมื่อความลับถูกแฉเกลี้ยง งานนี้ได้เพิ่มอุณหภูมิการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยให้เดือดขึ้น และเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบได้







