
สว.เชื่อปิดสมัยประชุมแค่พักรบ
สว.ชี้ ปิดสมัยประชุมแค่พักรบ รอวันกม.ปรองดองเข้าสภา หวั่น ปชป.-พท.ตั้งเวทีนอกสภาปลุกระดมมวลชนทะเลาะกัน
สว.ชี้ ปิดสมัยประชุมแค่พักรบ รอวันกม.ปรองดองเข้าสภา หวั่น ปชป.-พท.ตั้งเวทีนอกสภาปลุกระดมมวลชนทะเลาะกัน
ที่รัฐสภามีการประชุมวุฒิสภาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติในวันที่ 19 มิ.ย.ทั้งนี้นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานการประชุมได้เปิดโอกาสให้สว.อภิปรายหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม
นายวิเชียร คันฉ่อง สว.ตรัง อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน ทำให้เห็นว่าโอกาสที่จะปรองดองเกิดขึ้นยาก เพราะในร่างพ.ร.บ.ฯก็เขียนไว้กว้างขวาง การย้อนหลังไปถึงปี 2548 หมายความว่าอย่างไร ดังนั้นการดำเนินการอะไรควรสอบถามประชาชนทั่วประเทศก่อนเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้ง
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหากล่าวว่า ถือว่าขณะนี้พ.ร.บ.ปรองดองอยู่ในช่วงพักรบชั่วคราว แต่สามารถนำขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะอยู่ในวาระแรกของการประชุม รู้สึกไม่สบายใจที่มีคนไปพูดในรายการวิทยุรัฐสภา เพื่อโน้มน้าวประชาชน ว่าจะทำให้เกิดความปรองดอง
"วันนี้ทุกคนกินข้าวรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นการนิรโทษกรรมแน่นอน ทำไมต้องย้อนไปถึงปี 2548 เพราะเกี่ยวข้องคดีทุจริตทั้งสิ้น ทั้งคดี ซีทีเอ็กซ์ เอ็กซิมแบงก์ คดีขายหุ้นโดยไม่ต้องจ่ายภาษี รวมถึงการอนุมัติโครงการต่างๆ และต่อเนื่องมาจนถึงปี 2554 ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทุกคดี ดังนั้นรัฐบาลต้องแจงว่ามีทั้งหมดกี่คดี ทั้งของฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายต่อต้าน และคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตจะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่" นายสมชาย กล่าว
นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สว.สรรหา กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือเมื่อรัฐสภาปิดแล้ว ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยไปตั้งเวทีนอกสภา เพื่อปลุกระดมขยายผลความคิดของตัวเอง อย่างไรก็ตามหากเป็นไปได้อยากให้เสนอเปิดเวทีรัฐสภาให้กับส.ว.ได้พูดคนละ 5-10 นาที เพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ดีกว่าปล่อยบ้านเมืองไปอย่างนี้







