posttoday
Representative และ Voice

Representative และ Voice

15 มิถุนายน 2555

โดย...จำลอง บุญสอง

โดย...จำลอง บุญสอง

ผู้แทนกลุ่มผลประโยชน์กับกระบอกเสียงของกลุ่มผลประโยชน์จำเป็นต้องมีในระบอบประชาธิปไตย

ผู้แทนกลุ่มผลประโยชน์ทำหน้าที่เป็นผู้แทน เช่นเดียวกับกระบอกเสียง (Voice) ที่ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กลุ่มผลประโยชน์นั้นๆ

โครงสร้างของสังคมทุนนิยมย่อมประกอบไปด้วย 3 ชนชั้น คือ ชนชั้นสูง (เจ้าที่ดินที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากยุคศักดินา) ชนชั้นกลางหรือนายทุน (ผู้ลงทุนในการผลิต) และชนชั้นล่างหรือกรรมกร (ผู้ลงแรงในการผลิต)

นายทุนกับกรรมกรร่วมมือกันผลิตสินค้าและบริการเป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่จนทำให้เกิดกลุ่มผลประโยชน์ (Interest Group) ที่หลากหลาย

นายทุนลง “เงิน” ส่วนกรรมกร “แรง” ในทางพฤตินัยทั้งคู่ต่างเป็น “หุ้นส่วน” (Partner) การผลิตด้วยกัน แต่ทั้งคู่ก็เป็นคู่ต่อสู้กันและกันอยู่ด้วย เป็นคู่ต่อสู้เพราะนายทุนต้องการ “กำไรสูงสุด” นายทุนจึงหาทางลดต้นทุนด้วยการขูดรีดแรงงานให้มากที่สุด แต่ต้องการจ่ายค่าแรงให้น้อยที่สุด (ขูดรีดแรงงานส่วนเกินด้วยการให้ทำโอเวอร์ไทม์เพื่อให้ได้ผลผลิตมากๆ จนทำงานเกิน 8 ชั่วโมงเกินกว่าองค์การแรงงานระหว่างประเทศกำหนด) การกระทำของนายทุนดังกล่าวจึงไปบังคับสภาพให้กรรมกรต้อง “ต่อสู้” เพื่อให้ชีวิตทาสเป็น “มนุษย์” ปกติดังที่เกิดในอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และอื่นๆ

การจะไปขอร้องให้นายทุนไม่ว่าเหลืองหรือแดงยอมเปลี่ยนแปลงการปกครองเพื่อให้กรรมกรมีชีวิตที่ดีขึ้น ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีการบังคับสภาพ บังคับสภาพแล้วก็ต้องสถาปนา “อำนาจอธิปไตยปวงชน” ขึ้นเป็นปฐมก่อน เพราะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างการปกครองแบบประชาธิปไตย ถ้าใครขืนเอารัฐธรรมนูญ เอาการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นตัวตั้ง ประเทศเหล่านั้นๆ ก็จะล้มเหลวในการสร้างการปกครองและนำมาซึ่ง “สงครามประชาชน” ไปทุกประเทศดังที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเราในขณะนี้

แม้ “ผู้ปกครอง” ไม่ว่าจะเป็นนายทุนเองหรือเป็นผู้แทนนายทุนในคราบอาชีพต่างๆ จะหาทาง “กลบ” ปัญหา “การทำสงครามประชาชน” ด้วยวิธีการ “แบ่งแยกแล้วปกครอง” พยายามสร้างภาพลักษณ์ด้วยมาตรการพีอาร์หรือมาตรการ CSR (กองทุนหมู่บ้าน ผันเงินไปสู่ชนบทเพื่อลดแรงเสียดทานจากประชาชนและเพื่อสร้างความแตกแยกจากการแย่ง “ชิ้นเนื้อ” ในหมู่ราษฎร แต่ก็กลบไม่ได้ เพราะการปกครองที่ผ่านมาและที่ดำรงอยู่ เป็นเงื่อนไขสงครามที่มากพอที่จะไปปลุกต่อมแห่งการต่อสู้ของประชาชนให้ลุกโพลงขึ้นได้ไม่ยากยิ่งได้ปุ๋ยการเปิดโปงกันเองระหว่างเผด็จการเหลืองแดงด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ประชาชนตาสว่างดั่งไฟลามทุ่ง

วันนี้คุณภาพของประชาชนเปลี่ยนไปชนิดที่ CSR ใดๆ ของผู้ปกครองก็เอาไม่อยู่ สื่อที่ถูกครอบงำเพื่อใช้เป็นเครื่องมือหลักในการโฆษณาชวนเชื่อของชนชั้นผู้ปกครองก็ถูก Social Media ทำลายลงเหมือนทำลายกำแพงคุกบาสติลที่มองไม่เห็น

วันนี้ “ผู้แทน” แม้ไม่ได้มี “ความเป็นผู้แทน”ปวงชน เช่นเดียวกับ Voice ที่ไปรับใช้นายทุนและชนชั้นสูงเพื่อแลกกับตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์เป็น “หมาระวังภัย” ให้ “นายทุน” “ชนชั้นสูง” แทนที่จะเป็นปากเสียงให้กับกรรมกรผู้ยากไร้

ด้วยสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงในปัจจุบัน การสถาปนาระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องยากดั่งอดีต เพราะประชาชนเปลี่ยนคุณภาพในอัตราที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน แม้บางส่วนจะหลงไปกับการเชียร์มวยเหลืองแดงบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดปกติ การให้ประชาชนเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การสร้างประชาธิปไตย ใช่แต่เพียงแค่การสถาปนาอำนาจอธิปไตยปวงชนให้เกิดขึ้นเท่านั้น เรายังจะต้องสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วยการกระจายทุน กระจายที่ดินให้เกิดขึ้นตามมาอีกด้วย เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็จะไม่มีทางได้สังคมประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้เลย

ในบรรดาผู้นำมวลชนไม่ว่าเหลืองหรือแดง นักกิจกรรมตัวกลั่น อาจารย์มหาวิทยาลัยคนดัง ที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึง How to สร้างประชาธิปไตยอย่างถูกต้องตามหลักวิชากันเลยสักคน พวกเขาพูดแต่การเลือกตั้ง เถียงกันแต่เรื่องความมั่นคงของนายตัวเองเท่านั้น ไม่เคยพูดถึงความมั่นคงของประชาชนเลย

“สภาตระกูล” “สภาผัว สภาเมีย” ดำรงสภาพการกดขี่ขูดรีดมากว่า 80 ปีแล้ว พวกผู้นำมวลชน นักกิจกรรมไร้เดียงสา อาจารย์มหาวิทยาลัย Counter Revolution วันนี้ก็ยังทำแผ่นเสียงตกร่อง เล่นเพลงรัฐธรรมนูญ เล่น “วิธีการ” เลือกตั้งกันอย่างไร้เดียงสาจนเสียเงินไปกับการนี้นับร้อยล้านพันล้าน โดยไม่มีการเรียกร้องให้มีการสถาปนาอำนาจอธิปไตยปวงชน อันเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเลย

อย่าหลงไปกับผู้นำมวลชนไม่ว่าจะโพกผ้า ใส่เสื้อสีอะไร จะแหกปากด้วยท่วงทำนองอย่างไร เพราะพวกเขาล้วนแต่เป็นผู้แทนนายทุนทั้งสิ้น ถ้าพวกเขาไม่พูดถึง How to ในการสร้างสถาปนาอำนาจอธิปไตยปวงชนและการกระจายทุน ที่ดินไปสู่ประชาชนแล้ว

แหกปากแมนเหล่านั้นแหกตาประชาชนทั้งสิ้น!

ป.ล. 1.ยิ่งลักษณ์กับอองซานซูจีเป็นมวยคนละชั้น อองซานซูจีเอากรรมกรแต่ยิ่งลักษณ์ไม่เอากรรมกร แต่ปัญหาของอองซานซูจีก็คือไม่รู้เรื่องการกระจายทุน อยากจะเอาแต่เลือกตั้งท่าเดียว เลือกตั้งไปแม้ว่าอองซานซูจีจะได้อำนาจอธิปไตยมา แต่ก็เสร็จนายทุนเหมือนประเทศไทย

2.การที่ยิ่งลักษณ์ให้อองซานซูจีมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยได้อย่างเสรีแม้ว่าจะเป็นเรื่องดีในการสร้างประชาธิปไตยในพม่า แต่ยิ่งลักษณ์ก็ทำผิดมรรยาทที่ให้ต่างชาติเข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทยอย่างโจ่งแจ้ง

3.วันนี้ชนกลุ่มน้อยมีอำนาจต่อรองสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีโอกาสมาก่อน แต่พวกเขาก็สร้างประชาธิปไตยไม่เป็น เพราะมุ่งแต่เรื่องเสรีภาพกับการเลือกตั้ง เลือกตั้งแล้วเสร็จอองซานซูจีหมด เสร็จนายทุนหมด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69