
ชูธง "วัฒนธรรม" ยกระดับสัมพันธ์ไทย-จีน
หากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ในปัจจุบันนั้นต้องถือว่าเป็นยุคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันสุดๆ
โดย...วิษณุ นุ่นทอง
หากพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน ในปัจจุบันนั้นต้องถือว่าเป็นยุคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันสุดๆ ประชาชนของทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการค้าการลงทุนที่นับวันจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนมีหลายระดับ ทั้งในส่วนของราชวงศ์ ระดับรัฐบาล และภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคเอกชนนั้นมีหลายองค์กรด้วยกัน แต่ที่มาแรงสุดๆ เวลานี้ ที่ทางการจีนให้การยอมรับมากที่สุดในส่วนภาคเอกชน คือ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน ภายใต้การนำของ “พินิจ จารุสมบัติ” ในฐานะนายกสมาคมขององค์กรแห่งนี้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. “พินิจ” ในฐานะนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน ก็ได้ยกคณะไปร่วมลงนามในสัญญาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน
การร่วมลงนามดังกล่าวมีขึ้นที่โรงแรมเตี้ยวหยูไถ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางรัฐบาลจีนใช้เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เป็นผู้นำต่างประเทศ หรือการลงนามในโอกาสต่างๆ ที่มีความสำคัญของรัฐบาลจีน
สำหรับตัวแทนในการลงนามของฝ่ายจีนในครั้งนี้ คือ ไช่อู่ (Cai Wu) รมว.วัฒนธรรมจีน ในฐานะนายกสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำหน้าที่ในการทำงานด้านวัฒนธรรมของจีน โดย สุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ได้บินไปร่วมเป็นสักขีพยานด้วย
สาระสำคัญการลงนามดังกล่าว คือ สมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน ได้ยึดมั่นในความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน และการปรึกษาหารือกันอย่างเป็นมิตร และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความร่วมมือระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย เห็นตรงกันว่าจะใช้จุดแข็งของตนสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อความร่วมมือในระยะยาว
ทั้งนี้ 2 ฝ่ายได้มีข้อตกลงร่วมกัน คือ 1.ภายใต้กรอบเขตความร่วมมือระยะยาวระหว่างรัฐบาลไทยและจีนได้ตกลงกัน สมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน กับสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน จะสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นมิตรระหว่าง 2 สมาคม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี การศึกษา เศรษฐกิจและการค้า ส่งเสริมความร่วมมือ ในด้านวัฒนธรรม ศิลปะ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และอื่นๆ ระหว่างองค์กรเอกชนของ 2 ประเทศ
2.ให้คำแนะนำและส่งเสริมองค์กรของประเทศจีนมาพัฒนาโครงการความร่วมมืออุตสาหกรรมบริการทางด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ นำเทคโนโลยีระดับสูงมาก่อสร้างเครือข่ายโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมยุคใหม่ของประเทศไทย จัดหาทรัพยากรทางด้านวัฒนธรรมของจีน ให้บริการวัฒนธรรม การศึกษา และการช็อปปิ้งสินค้าอื่นๆ ผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียม สำหรับลูกค้าประเทศจีน ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
3.ให้คำแนะนำและส่งเสริมองค์กรของประเทศไทยทำการค้าวัฒนธรรมในประเทศจีน นำส่งสินค้าทางวัฒนธรรมของไทยเข้าไปประเทศจีน เพื่อส่งเสริมและขยายการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
4.ให้คำแนะนำและส่งเสริมองค์กรทางวัฒนธรรมของ 2 ประเทศ ร่วมมือกันสร้างพันธมิตร พัฒนาเวทีความร่วมมือระหว่างองค์กรทางวัฒนธรรมประเทศไทยและจีน เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและเอกชน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี อุตสาหกรรมที่มีวินัยเพื่อการพัฒนาร่วมกัน
5.ทั้งสองฝ่ายจะใช้ข้อดีของตนติดต่อประสานงานเป็นประจำ ร่วมกันแนะนำนโยบาย ให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมองค์กร บริษัทเอกชนของ 2 ประเทศ เพื่อจัดตั้งโครงการความร่วมมือทางวัฒนธรรมในไทยและจีน
“ประเทศจีนและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนเสมือนเป็นญาติพี่น้องกัน สายสัมพันธ์จีน–ไทย เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ ด้าน” ไช่อู่ กล่าวหลังเซ็นสัญญา
รมว.วัฒนธรรมจีน บอกอีกว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนับจากนี้ไปการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ศิลปะ การแสดง การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ระหว่างสมาคมทั้งสองประเทศจะมีความรุดหน้าต่อไป
“การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ได้นำวัฒนธรรมมาช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนไทยให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนไทยมีอยู่ตลอดเวลา แต่นับจากนี้ไปความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม หรือความร่วมมือให้การเผยแพร่อุตสาหกรรมด้วนวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยและประชาคมอาเซียนผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียมในไทย สำหรับลูกค้าประเทศจีน ประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไป” ไช่อู่ กล่าว
นอกจากนี้ “ไช่อู่” ยังได้บอกว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับงานด้านวัฒนธรรมมาก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์จากที่ประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 6 สมัยที่ 17 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พรรคได้นำเอาวัฒนธรรมนำการพัฒนาเศรษฐกิจและการเมือง วัฒนธรรมเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจ
“เรามักได้ยินเสมอกับคำว่าต้องทำอย่างมีวัฒนธรรม หรือเมื่อเราจะวิจารณ์รัฐมนตรีที่แย่ที่สุด ก็บอกว่าเป็นคนไม่มีวัฒนธรรม ดังนั้นวัฒนธรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง ความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน” รมว.วัฒนธรรมจีน กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ “พินิจ” กล่าวขอบคุณที่ทางการจีนให้การต้อนรับที่อบอุ่น และบอกว่า การลงนามความร่วมมือวันนี้เป็นประวัติศาสตร์ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทยจีน เพราะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างเอกชนกับเอกชนเป็นครั้งแรก แม้ว่าทั้งสองสมาคมจะมีความสัมพันธ์มากว่า 20 ปี แต่ไม่มีการเซ็นกันมาก่อนระหว่างเอกชนกับเอกชน
พินิจ บอกอีกว่า ผลของการลงนามครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีนที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดาวเทียมให้กับไทยที่จะเข้าสู่เสรีอาเซียนในปี 2558 นับจากนี้ไปการเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยจีน จะไม่มีเพียงช่องทางการแลกเปลี่ยนการแสดงงานศิลปวัฒนธรรม การแสดงในรูปแบบต่างๆ เท่านั้น แต่จะเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่อุตสาหกรรมด้วยวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยและประชาคมอาเซียนผ่านทีวีดาวเทียม และบริการข้อมูลผ่านเครือข่ายดาวเทียมของจีน
“จากนี้ไปความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมไทยจีน จะมีเป้าหมายและมีแผนงานที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จะไม่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนในการเยี่ยมเยือนเท่านั้น แต่จะมีเนื้อหาวัฒนธรรมของแต่ละประเทศออกไปเผยแพร่ด้วย” พินิจ กล่าว
พินิจ กล่าวปิดท้ายว่า ทางสมาคมวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทยจีน พร้อมตลอดเวลา พร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความคุ้นเคยเสมือนญาติพี่น้องกัน โดยใช้งานด้านวัฒนธรรมเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ
จากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างร่วมรับประทานอาหารกันอย่างมิตรภาพ ชนแก้วกันไปหลายยก ก่อนที่จะร่ำลากันไปอย่างมี ความสุข โดยต่างสัญญาว่าจะเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์กันในทุกมิติภายใต้กรอบแห่งวัฒนธรรม







